Index Fund ดีไหม : รวมคำแนะนำเกี่ยวกับ กองทุนดัชนี

index fund

Index Fund หรือกองทุนดัชนี ถือว่าเป็นเครื่องมือในการลงทุน ที่บรรดานักลงทุนชั้นเอกชั้นเซียน และตำนานในวงการการเงินและการลงทุนหลายคนของโลกนั้น ให้คำแนะนำไปในทางเดียวกันว่า “กองทุนดัชนี” เป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดีมาก ๆ สำหรับนักลงทุนทั่วไป ซึ่งสามารถนำมาใช้กับการลงทุน กองทุนดัชนีในไทย ได้ด้วย

รวมคำแนะนำเกี่ยวกับ Index Fund

Warren Buffett

สำหรับกองทุนดัชนี (index fund) ดูวอร์เร็น บัฟเฟตต์ นักลงทุนในตำนานคนนี้จะเป็นแฟนตัวยงของมัน เพราะเขามักจะเป็นผู้ที่แนะนำนักลงทุนทั่วไปเสมอว่า กรณีที่ไม่ได้ต้องการทุ่มเทเวลากับการลงทุน ตัวเลือกการลงทุนที่ดีที่สุดของนักลงทุนทั่วไปคือ “กองทุนดัชนีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ” และนี่คือคำแนะนำที่ผมรวบรวมมาครับ

ในจดหมายถึงผู้ถือหุ้นเบิร์กเชียร์ปี 1996 เขาเขียนไว้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ (ทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อย) จะพบว่าวิธีที่ดีที่สุดในการลงทุนในหุ้นสามัญคือลงทุนผ่านกองทุนดัชนีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ คนที่ลงทุนโดยใช้วิธีนี้จะมั่นใจได้ว่าผลตอบแทนสุทธิ(หลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมด) สูงกว่านักลงทุนมืออาชีพและผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่1

มีครั้งหนึ่ง Buffett เคยให้คำแนะนำนักบาสที่ชื่อ LeBron James ว่า ควรลงทุนซื้อสะสมในกองทุนดัชนีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ ถือครองมันไป 30-40 ปี ด้วยลักษณะของการถือครองกองทุนดัชนี ทำให้เราได้ถือครองส่วนของธุรกิจสำคัญในประเทศ มีการกระจายความเสี่ยง และไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เพราะในระยะยาว มูลค่าของมันควรจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ2

ในงานประชุมผู้ถือหุ้นเบิร์กเชียร์ปี 2004 บัฟเฟตต์เคยตอบคำถามเกี่ยวกับการลงทุนว่า “ถ้าคุณลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีต้นทุนต่ำโดยที่ไม่ลงทุนหนัก ๆ ในครั้งเดียวแต่ลงทุนถัวเฉลี่ยอย่างน้อยเป็นเวลา 10 ปี คุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า 90% ของนักลงทุนที่ลงทุนในเวลาเดียวกัน”3 ซึ่งถ้าคุณสามารถสละเวลามาศึกษาเรื่องลงทุนเองอย่างน้อยสัปดาห์ละ 6-8 ชั่วโมงได้ ก็อาจจะลงทุนเอง แต่ถ้าไม่อาจทำแบบนี้ได้ ก็ให้ลงทุนแบบซื้อสะสมเป็นประจำในกองทุนดัชนี ซึ่งเป็นวิธีการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงทั้งด้านสินทรัพย์ (ลงทุนหุ้นหลายตัว) และด้านเวลา ซึ่งเป็นสองสิ่งสำคัญในการลงทุน4 ซึ่งการลงทุนประจำในกองทุนดัชนี S&P500 ที่มีต้นทุนต่ำ ไม่ลงทุนหนักครั้งเดียว ลงทุนไปเรื่อย ๆ ลืมมันซะ แล้วก็กลับไปทำงาน5

ใน จดหมายถึงผู้ถือหุ้นปี 2014 บัฟเฟตต์ได้พูดถึงพินัยกรรมในส่วนของตนที่จะยกให้ภรรยาว่า “คำแนะนำแก่ทรัสตีเป็นคำแนะนำที่เรียบง่าย ให้แบ่งทรัพย์สินลงทุน 10% ในรูปของเงินสดโดยพักไว้ในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น และอีก 90% ของเงินที่เหลือให้ลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้น S&P500 ที่มีค่าใช้จ่ายต่ำมาก ๆ [บัฟเฟตต์]เชื่อว่าผลตอบแทนระยะยาวจากนโยบายลงทุนแบบนี้ จะสูงกว่าผลตอบแทนที่ได้รับของนักลงทุนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะกองทุนบำนาญ นักลงทุนสถาบัน หรือนักลงทุนรายย่อย ผู้ซึ่งจ้างผู้จัดการกองทุนที่คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายสูง ๆ”6


The Intelligent Investor by Benjamin Graham

ในหนังสือตำนานเล่มนี้มีส่วนที่เขียนเกี่ยวกับกองทุนรวมดัชนีและการลงทุนแบบเชิงรับ (passive investment) ไว้หลัก ๆ 2 แห่งที่น่าสนใจ

อันแรกคือส่วนที่บอกว่า “เนื่องจากต้นทุนที่สูงและพฤติกรรมแย่ ๆ ของผู้จัดการกองทุน กองทุนส่วนใหญ่จึงไม่สามารถสร้างผลตอบแทนดี ๆ ให้แก่นักลงทุนได้ จะว่าไปแล้ว ผลตอบแทนสูง ๆ ไม่ได้ต่างอะไรไปจากปลาที่ไม่ได้ถูกแช่ไว้ในตู้เย็น ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป ค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วของพวกเขาจะทำให้กองทุนส่วนใหญ่แพ้ดัชนีมากขึ้นเรื่อย ๆ .. ถ้าเป็นเช่นนั้น นักลงทุนผู้ชาญฉลาดควรจะทำอย่างไร ? .. ข้อแรก ต้องตระหนักไว้ว่า กองทุนดัชนี ซึ่งถือหุ้นทุกตัวในตลาดตลอดเวลาและไม่ได้แสร้งทำเป็นว่าสามารถคัดเลือกหุ้นที่ “ดีที่สุด” และ หลีกเลี่ยงหุ้น “ที่แย่ที่สุด” ได้  จะสามารถเอาชนะกองทุนรวมส่วนใหญ่ได้ในระยะยาว”7

และอีกส่วนที่ผมชอบมาก ๆ คือ “กองทุนดัชนีมีข้อเสียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น นั่นก็คือ พวกมันน่าเบื่อ คุณจะไม่สามารถไปงานเลี้ยงบาบีคิวและคุยโม้ว่าคุณเป็นเจ้าของกองทุนรวมซึ่งให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในประเทศได้ คุณจะคุยไม่ได้ว่าคุณชนะตลาด เพราะงานของกองทุนดัชนีก็คือการทำผลงานให้ได้ในระดับเดียวกับตลาด ผู้จัดการกองทุนดัชนีของคุณจะไม่เสี่ยงเดิมพันกับกลุ่มอุตสาหกรรมที่พวกเขาคิดว่าน่าจะดูดีที่สุดในอนาคต  แต่กองทุนดัชนีจะถือครองหุ้นทุกตัว อย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อเวลาผ่านไป ความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนของกองทุนดัชนีจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างไม่ระย่อ  การถือกองทุนดัชนีไว้นานอย่างน้อย 20 ปี และ เพิ่มเงินลงทุนใหม่เข้าไปทุก ๆ เดือนจะทำให้คุณสามารถเอาชนะนักลงทุนมืออาชีพและนักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ได้ ในช่วงท้ายของชีวิต เกรแฮมยกย่องกองทุนดัชนีว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนรายย่อย วอร์เรน บัฟเฟตต์เองก็กล่าวในลักษณะเดียวกัน”8


คำแนะนำอื่น ๆ เกี่ยวกับ Index Fund

ด้านล่างนี้คือคำแนะนำประทับตราอีกมากมายให้กับกองทุนดัชนีครับ

William Bernstein

ผู้เขียน The Four Pillars of Investing แนะนำว่า เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหาจากการกระจายความเสี่ยงไม่พอ จงซื้อและลงทุนในกองทุนดัชนีที่ถือครองหลักทรัพย์ (หุ้น) ทั้งตลาด9

The Economist

นิตยสารการเงินและเศรษฐกิจชื่อดังฉบับนี้เคยแนะนำว่า การที่อุตสาหกรรมกองทุนรวมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมมหาศาลกับลูกค้าและนักลงทุน มันเป็นการให้สิทธิพิเศษในการสูญเสียเงินพ่วงไปด้วย … การลงทุนที่ดีกว่า คือ การลงทุนในกองทุนดัชนี เพราะมัน[กองทุนดัชนี]สัญญาว่า จะให้ผลตอบแทนเท่าตลาด แต่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าอย่างมาก10

Jack R. Meyer

อดีตประธาน Harvard Management Company ให้สัมภาษณ์ไว้ในนิตยสาร Business Week 2004 โดยชี้ให้เห็นประเด็นเกี่ยวกับผู้คนส่วนใหญ่ที่มักจะคิดว่า พวกเขาสามารถหาผู้จัดการกองทุนที่สามารถเอาชนะตลาดหุ้นได้ แต่จริง ๆ แล้วพวกเขาคิดผิด พูดได้ว่า 85-90% ของผู้จัดการกองทุนทำผลตอบแทนแพ้ดัชนี… นักลงทุนควรลงทุนแบบเรียบง่ายในกองทุนดัชนีที่มีค่าใช้จ่ายต่ำ ๆ แทน11

Burton G. Malkiel

ศาสตราจารย์มัลคีลเขียนไว้ในหนังสือ A Random Walk Down Wall Street ไว้ว่า “จากประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดเจนว่าผู้ที่ซื้อกองทุนดัชนี มีแนวโน้มที่จะได้รับผลตอบแทนเหนือกว่าผู้ที่ซื้อกองทุนปกติทั่วไป ที่มีการบริหารด้วยผู้จัดการกองทุน ซึ่งคิดค่าที่ปรึกษาจำนวนมากและมีอัตราหมุนเวียนของหลักทรัพย์ในพอร์ตลงทุนสูงมาก จนทำให้ผลตอบแทนของกองทุนลดลง … กล่าวโดยสรุป การลงทุนในกองทุนดัชนีนั้นเป็นวิธีที่มีเหตุผลและใช้ได้จริง สำหรับการเก็บเกี่ยวผลตอบแทนของตลาดได้ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใด ๆ เลย และยังมีค่าใช้จ่ายที่น้อยมาก”

Charles T. Munger 

คู่หูของบัฟเฟตต์ เคยพูดว่า ตัวเลือกที่ฉลาดกว่า คือ เลิกจ่ายเงินแพง ๆ ให้ที่ปรึกษาทางการเงิน และลดการซื้อขายหรือหมุนเวียนกองทุนบ่อย ๆ โดยเปลี่ยน[จากกองทุนบริหาร]มาลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้น 12

Peter Lynch

นักลงทุนตำนานคนหนึ่งของวงการ เคยให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Barron’s ครั้งหนึ่งว่า “ในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ดัชนี The S&P 500 ให้ผลตอบแทนรวม 343.8% นั่นคือผลตอบแทนเกือบ 4 เด้ง ทว่ากองทุนรวมหุ้นโดยเฉลี่ยทำได้ 283% [ผู้จัดการกองทุน]ผู้เชี่ยวชาญทำผลตอบแทนได้แย่ นักลงทุนส่วนใหญ่จะทำผลตอบแทนได้ดีกว่ามากถ้าลงทุนในกองทุนดัชนี 13 และ Lynch ยังเห็นว่า แทนที่จะมาเสียเวลานั่งเลือกกองทุนผู้ชนะที่มีน้อยนิด การซื้อทั้งกระดานไปเลย (ลงทุน index fund) น่าจะเป็นสิ่งดีกว่า14

William J. Ruane 

เพื่อนสนิทของบัฟเฟตต์และตอนที่บัฟเฟตต์หยุดลงทุนช่วงปี 1969 เขาก็แนะนำให้นักลงทุนไปลงทุนต่อในกองทุน Sequoia ของรูแอน ครั้งหนึ่งรูแอนเคยถูกถามความเห็นเกี่ยวกับกองทุนดัชนี เขาตอบว่า “กองทุนดัชนีน่าสนใจสำหรับคนทั่ว ๆ ไป อาจไม่ใช่แหล่งลงทุนที่ดีที่สุด แต่ถ้าหากคุณต้องการลงทุนในตลาดหุ้นโดยที่ไม่มีความรู้มากพอ กองทุนดัชนีก็จะเป็นทางเลือกที่ดีในการลงทุน”

Charles Schwab

Schwab เคยตอบคำถามว่าทำไมนักลงทุนชอบลงทุนในกองทุนแบบบริหาร (manage funds) เขาตอบว่า มันคือความสนุก มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่อยากจะเลือกม้าที่ชนะ แต่สำหรับนักลงทุนทั่วไปแล้ว กองทุนดัชนีย่อมดีกว่า ทำนายได้ค่อนข้างแมนยำว่าอีก 10, 15, 20 ปีข้างหน้า คุณจะได้ผลตอบแทนอยู่ในลำดับสูงกว่าแปดสิบห้าจากร้อยคน แล้วทำไมคุณถึงจะไม่ลงทุนในกองทุนดัชนีล่ะ?15

David Swensen

ประธานเจ้าหน้าที่หน้าลงทุนของ Yale University Endowment ให้คำแนะนำไว้ว่า ควรลงทุนในกองทุนรวมที่มีการหมุนเวียนซื้อขายหุ้นในพอร์ตต่ำ กองทุนเชิงรับที่ลงทุนเลียนแบบดัชนี 16

The Little Book of Bulletproof Investing 

หนังสือเล่มนี้ให้คำแนะนำไว้ว่า “ลงทุนในกองทุนดัชนี จับตามองค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ค่าคอมมิชชั่น ภาษี และจงลงทุนโดยซื้อแล้วถือยาว”17

Richard A. Ferri 

เขาเขียนไว้ในหนังสือ All About Index Funds ว่า ในระยะยาว กองทุนดัชนีจะชนะกองทุนรวมบริหารส่วนใหญ่ ประโยชน์ของมันคือค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และค่าใช้จ่ายที่ต่ำส่งผลดีที่สุดในการลงทุนกองทุนรวม 18

Larry E. Swedroe

ในหนังสือ What Wall Street doesn’t want you to know แนะนำว่า กองทุนดัชนีเป็นตัวเลือกที่ดีอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลเพราะว่า มันให้ผลตอบแทนเท่ากับที่ตลาดทำได้ ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำมาก ๆ 19

Charles D. Ellis 

ผู้เขียนหนังสือสำคัญในวงการลงทุนเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า Winning the Loser’s Game สรุปว่า เกมแห่งการลงทุนคือเกมที่ง่ายต่อการเป็นผู้ชนะ ถ้าเข้าร่วมคลับการลงทุนแบบเชิงรับ ลงทุนในกองทุนดัชนี ที่มีความเรียบง่าย ค่าใช้จ่ายต่ำ และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า[active funds] ส่วนการพยายามเอาชนะตลาดคือการเล่มเกมแห่งความพ่ายแพ้ 20


ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของบุรุษผู้ก่อตั้งกองทุนดัชนีขึ้นมาเจ้าแรก John C. Bogle ที่ว่า “กลยุทธ์การลงทุนสำหรับผู้ชนะคือ ลงทุนถือหุ้นของธุรกิจส่วนใหญ่ด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุด และวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำแบบนี้แบบเรียบง่าย คือ ซื้อกองทุนดัชนีที่ลงทุนหุ้นทั้งตลาดและถือมันไปตลอดกาล

The Best way to implement [winning] strategy is indeed simple: Buying a fund that hold this [the nation’s publicly held business at very low cost] market portfolio, and holding it forever.

โดยสรุปก็คือ พวกเขาเหล่านี้กำลังบอกเราว่า เกมของผู้ชนะ คือ การเลือกข้างลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีต้นทุนต่ำครับ

บทความเกี่ยวเนื่อง — กองทุนดัชนีในไทย

  1. Let me add a few thoughts about your own investments. Most investors, both institutional and individual, will find that the best way to own common stocks is through an index fund that charges minimal fees. Those following this path are sure to beat the net results (after fees and expenses) delivered by the great majority of investment professionals. — Buffett, 1996 letter to shareholders
  2. Just making monthly investments in a low-cost index fund makes a lot of sense,” Buffett said. He added: Owning a piece of America, a diversified piece, bought over time, held for 30 or 40 years, it’s bound to do well. The income will go up over the years, and there’s really nothing to worry about.
  3. If you invested in a very low cost index fund — where you don’t put the money in at one time, but average in over 10 years — you’ll do better than 90% of people who start investing at the same time.
  4. If you like spending 6-8 hours per week working on investments, do it. If you don’t, then dollar-cost average into index funds. This accomplishes diversification across assets and time, two very important things.
  5. Just pick a broad index like the S&P 500. Don’t put your money in all at once; do it over a period of time. I recommend John Bogle’s books — any investor in funds should read them. They have all you need to know. Vanguard. Reliable, low cost. If you’re not professional, you are thus an amateur. Forget it and go back to work.
  6. My advice to the trustee couldn’t be more simple: Put 10% of the cash in short-term government bonds and 90% in a very low-cost S&P 500 index fund. (I suggest Vanguard’s.) I believe the trust’s long-term results from this policy will be superior to those attained by most investors — whether pension funds, institutions or individuals — who employ high-fee managers.
  7. Benjamin Graham, The Intelligent Investor : คัมภีร์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า, แปลโดยพรชัย รัตนนนทชัยสุข (กรุงเทพมหานคร : วิสดอมเวิร์ค เพลส, 2553), หน้า 355.
  8. เรื่องเดียวกัน, หน้า 357.
  9. Avoid the problem—buy a well-run index fund and own the whole market.
  10. It is better to invest in an indexed fund that promises a market return but with significantly lower fees.
  11. Most people think they can find managers who can outperform, but most people are wrong. I will say that 85 to 90 percent of managers fail to match their benchmarks. Investors should simply have index funds to keep their fees low and their taxes down. No doubt about it.
  12. The wiser choice is to dispense with the consultants and reduce the investment turnover, by changing to indexed investment in equities.
  13. So it’s getting worse, the deterioration by professionals is getting worse. The public would be better off in an index fund.
  14. Peter Lynch and John Rothchild, Beating the street, revised ed. (New York: Simon & Schuster, 1994), p.60.
  15. For the average person, I’m more of an indexer…The predictability is so high…For 10, 15, 20 years you’ll be in the 85th percentile of performance. Why would screw it up?
  16. Invest in low-turnover, passively managed index funds…and stay away from profit-driven investment management organizations.
  17. Do Invest in passive index funds wherever possible. Do keep a close eye on fees, expenses, commissions and taxes. Do buy and hold!
  18. In the long run, index funds beat most active funds. The Index Funds advantage is low-cost, and low costs are critical in all mutual fund investing.
  19. The Index funds should be the preferred choice, the reason are that they deliver market returns, at very low costs.
  20. the market -matching strategy of investing in index funds, touting their simplicity, …, low cost, …, and superior returns. Trying to beat the market was a loser’s game.

Share this:

Comments