DCA กับคำแนะนำของกูรู

จากบทความตั้งต้นที่ว่า DCA คืออะไร ผมก็อยากจะพาไปทัวร์โลกแห่งการลงทุนว่า บรรดานักลงทุนชั้นเอกชั้นเซียนแม้กระทั่งชั้นตำนานทั้งหลาย มีใครแนะนำหรือพูดถึงวิธีการลงทุนแบบซื้อสะสมรายเดือนสำหรับนักลงทุนรายย่อยบ้าง ข้างล่างนี้คือคำแนะนำในการลงทุนด้วยวิธีซื้อสะสมแบบ DCA ของกูรูการเงินแต่ละคนครับ

  1. Warren Buffettเคยให้คำแนะนำกับ LeBron James ว่า “ลงทุนรายเดือนในกองทุนดัชนีที่มีต้นทุนต่ำเป็นอะไรที่เข้าท่าและมีเหตุผล ซื้อสะสมไปเรื่อยๆ และถือลงทุนไป 30-40 ปี” (“Just making monthly investments in a low-cost index fund makes a lot of sense,” Buffett said. He added: “Owning a piece of America, a diversified piece, bought over time, held for 30 or 40 years, it’s bound to do well. The income will go up over the years, and there’s really nothing to worry about.”—อ้างอิงจากข่าว MarketWatch) หรือจาก คลิปนี้ สรุปได้ว่า นักลงทุนทั่วไป (average person) ควรลงทุนแบบสะสมไปเรื่อยๆ(ในกองทุนดัชนี)ในระยะยาว หรือจาก บทความนี้ ถ้าคุณลงทุนในกองทุนดัชนีที่มีต้นทุนต่ำโดยที่ไม่ลงทุนหนักๆในครั้งเดียวแต่ลงทุนถัวเฉลี่ยอย่างน้อยเป็นเวลา 10 ปี (where you don’t put the money in at one time, but average in over 10 years) คุณจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า 90% ของนักลงทุนที่ลงทุนในเวลาเดียวกันโดยสรุปก็คือ บัฟเฟตต์ได้พูดถึงกรณีที่เราไม่อยากเสียเวลาหรือต้องทุ่มเทลงทุนเอง ให้ลงทุนในกองทุนดัชนีด้วยการซื้อสะสมแบบถัวเฉลี่ยซะ (“If you don’t, then dollar-cost average into index funds. This accomplishes diversification across assets and time, two very important things.—Just pick a broad index like the S&P 500. Don’t put your money in all at once; do it over a period of time.”)
  2. Burton G. Malkiel : ได้เขียนไว้ในหนังสือ A Random Walk Down Wall Street สรุปใจความได้ว่า ถ้าคุณกำลังสร้างพอร์ตการลงทุนด้วยการพอกพูนเงินออมในแต่ละปี คุณจะได้ประโยชน์จากการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน นั่นคือ การที่คุณจะมีต้นทุนราคาเฉลี่ยต่อหน่วยต่ำกว่าราคาเฉลี่ยที่ซื้อหุ้นมา มีหน่วยลงทุนที่ซื้อมาในราคาต่ำมากกว่าหน่วยที่ซื้อมาในราคาสูง แต่วิธีนี้นั้นมันจะไม่ช่วยปกป้องแผนออมเงินของคุณในช่วงหุ้นตก ทว่าเอาจริงๆแล้วก็ไม่มีแผนใดๆที่จะปกป้องคุณจากสภาวะตลาดหมีที่หุ้นตกอย่างรุนแรงได้เลย คุณต้องมีเงินและความมั่นใจที่จะลงทุนต่อเนื่องตามกำหนดไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะมืดมิดแค่ไหนก็ตาม ข้อดีคือการลงทุนด้วยวิธีนี้มันจะหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่คุณจะทุ่มเงินทั้งหมดในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์นั้นเป็นฟองสบู่ ทั้งนี้ศาสตราจารย์มัลคีลยังเสนออีกว่า เราอาจสำรองเงินไว้บางส่วนในกองทุนตลาดเงินเพื่อฉวยโอกาสที่จะเพิ่มการลงทุนในช่วงที่ตลาดปรับตัวลดลงแรงๆทำให้ต้นทุนถูกลงไปอีกได้
  3. ส่วนหนึ่งในหนังสือ The Intelligent Investor ของ Benjamin Graham ได้วางแนวไว้ว่า .. “การถือกองทุนดัชนีไว้นานอย่างน้อย 20 ปี และ เพิ่มเงินลงทุนใหม่เข้าไปทุก ๆ เดือน จะทำให้คุณสามารถเอาชนะนักลงทุนมืออาชีพ และ นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ได้ .. ในช่วงท้ายของชีวิต เกรแฮมยกย่องกองทุนดัชนีว่า เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนรายย่อย .. วอเร็น บัฟเฟตต์ ก็กล่าวในลักษณะเดียวกัน”
  4. John C. Bogle ได้เขียนไว้ในหนังสือ Bogle On Mutual Funds ส่วนของ The Accumulation Investor ว่า สำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่นั้น กระบวนการสะสมสินทรัพย์ลงทุน อยู่ในช่วงอายุอยู่ระหว่าง 25-50 (เป็นส่วนใหญ่) ดอกเบี้ยทบต้นมีความสัมพันธ์(จะทรงพลังอย่างยิ่ง)ถ้ามีระยะเวลาลงทุนที่นาน ดังนั้น มันจึงสมเหตุผลสมผลที่จะลงทุนเป็นประจำต่อเนื่องเป็นเวลา 30 ปี (It is common sense that you will be considerably better off if you can invest regularly for 30 years rather than 10.)
  5. ยังมีนักลงทุนอีกหลายท่านที่แนะนำให้ลงทุนแบบซื้อสะสมไปเรื่อยๆในระยะยาว แม้จะไม่พูดตรงๆแต่ย่อมอนุมานได้ อาทิ Peter Lynch ก็เป็นคนที่เน้นให้นักลงทุนลงทุนในหุ้น โดยถ้าจะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นให้ถือลงทุนระยะยาวและถ้ามีเงินลงทุนเพิ่มก็สะสมกองทุนไปเรื่อยๆ ครับ (อ้างอิงจากบทที่ 3 : a tour of the fund house—Beating The Street)

จะเห็นว่า มีนักลงทุนคนสำคัญของโลกหลายคน ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนแบบซื้อสะสม (Regularly Invest หรือ DCA) กันค่อนข้างมาก เพราะค่อนข้างจะเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและในหลายๆแง่นั้นถือว่าเป็นกลยุทธ์ลงทุนที่ค่อนข้างดีเยี่ยม ถ้าคุณเลือกจะลงทุนด้วยวิธี DCA หรือซื้อสะสมลงทุนอย่างมีวินัยแล้ว คุณจะได้ “ความเรียบง่าย”ได้การลงทุนที่ไม่ต้องมาสนใจตลาดหุ้นในะระยะเวลาสั้นๆ และอย่างที่บัฟเฟตต์เคยบอกไว้ตอนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยว่า

เมื่อตั้งแผนลงทุน ทำตามแผนอย่างมีวินัยและอดทนแล้ว

ลำดับต่อมานั้น

“Forget it and go back to work.”

ปล่อยตลาดหุ้นไปตามธรรมชาติของมันไป เราเอาเวลากลับไปทำงานที่รักดีกว่าครับ

Leave a Reply