จุดตัดสินใจปาดหน้าทางการเงิน

เคยสงสัยกันไหมครับว่า คนส่วนใหญ่ก็รู้ว่า การเก็บเงิน ออมเงิน เป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ จะวัดว่าอายุ 40 ขึ้นไปจะอยู่สบายหรือร่อแร่ก็ด้วยเงินออมเงินลงทุนที่เก็บสะสมมา แต่โลกนี้มันโหดร้าย มีคนมากมายที่อยากจะให้คุณจ่ายเงินสุดๆ ไม่เชื่อลองมองไปรอบตัวตอนคุณอ่านข้อความนี้ก็ได้ คุณต้องเห็นโฆษณาอะไรบางอย่างแฝงตัวอยู่ ไม่ว่าจะทีวี ในไอโฟน ตอนรอรถไฟฟ้า รอรถเมล์ รอลิฟต์ แม้กระทั่งนั่งรอในห้องส้วม สมัยนี้คุณยังสั่งซื้อโซฟาได้เลย แค่พกมือถือเข้าไปด้วยเท่านั้น!!

แต่ถ้าเราลองสังเกตดี ๆ ระหว่างวันเรามีเรื่องให้คิดให้ทำสารพัด แสดงว่ามันมีแค่ไม่กี่ช่วงเวลา อาจเป็นแค่เสี้ยววินาทีเองที่ทำให้คุณเสียเงิน ลองมาดูกันดีกว่า

พวกที่ช็อปปิ้งออนไลน์บ่อยๆ จะรู้สึกว่า เราตัดสินใจซื้อของง่ายขึ้น เพราะ มันคลิ๊กแค่ทีสองทีก็ได้แล้ว ถูกครับ! พวกเค้าพยายามทำให้มันง่าย เพราะวูบเดียวเท่านั้นที่เราจะตัดสินใจซื้อ ถ้ายืดมันออกไปเราจะไม่ใช้อารมณ์ซื้อแล้ว สมองจะส่งเหตุผลมาคัดค้านทันที ยิ่งถ้าผสานกับกลยุทธ์โปรโมชันอันทรงพลัง ที่ทำลายกะจิตกะใจปฏิเสธของเรา พวกคุณนี่แพ้หมดรูปแน่ โปรโมชั่นที่ทำลายเราได้ดี คือ ซื้อ 1 แถม 1! ซื้ออันนี้แถมฟรี ไอ้นี่! ถ้าบวกอีกว่า ภายในเวลาจำกัด (นี่ยังไม่เสริมด้วยคำว่าเฉพาะสิบท่านแรกในสิบนาทีนี้) เหตุผลคุณวิ่งตามอารมณ์ไม่ทันหรอก นึกอีกทีของก็อยู่ในถุงหรือส่งมาแล้วล่ะ ให้สังเกตจุดนี้ดีๆว่า ถ้าเรายืดเวลาตัดสินใจออกไปสักพัก คุณจะเริ่มรู้สึกได้ว่าคุณไม่ต้องการมันหรอก

วิธีจัดการพวกนี้อย่างง่าย คือ พยายามอย่าเข้าเว็บพวกนี้บ่อย ๆ หรือกรณีไปร้านค้า คุณจดไปก่อนเลย จะเอาอะไร อะไรที่หมด ที่จำเป็นต้องซื้อ พอถึงร้าน อะไรที่ไม่จดคุณไม่ซื้อ แค่นี้ก็สกัดการซื้อเบี้ยบ้ายรายทางได้เยอะแล้ว โดยเฉพาะพวกที่อยู่ตรงข้าง ๆ จุดจ่ายเงิน เพราะช่วงเวลาคิดในการซื้อน้อยมาก หยิบวางให้เช็คติ๊ด ๆ จบเลย มันจึงมักเป็นอะไรเล็ก ๆ ที่คุณไม่ต้องตัดสินใจมาก เช่น ขนมนมเนย ลูกอม มีดโกนหนวด (อย่างอเมริกาสมัยก่อนเป็นถุงน่อง) จะบอกว่าทุกอย่างในห้างถูกเซ็ตให้คุณควักกระเป๋าหมดเลย  ลองสังเกตดู ว่าตรงทางเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตตรงโซนอาหาร มักจะมีพวกขนมปังวางอยู่ กลิ่นของมันทำให้คุณรู้สึกดีและจะซื้ออะไรตามมากินอีกโขยงนึง ระดับสายตาคุณจะเต็มไปด้วยของที่เขาอยากขาย ตราสินค้ารูปหมาของกระดาษทิชชู่ก็ผูกความรู้สึกคุณให้แวบถึงโฆษณาที่สุนัขวิ่งไล่ทิชชู่ แล้วคุณก็หยิบมันมาเพราะรู้สึกคุ้นเคยในใจ ใช่แล้วอะไร ๆ มันเซ็ตมาหมดเลย คุณรอดยากกกก ถ้าไม่สร้างอะไรบางอย่างมาปกป้องเพิ่มระยะห่างมันกับคุณ

เรื่องต่อมา คือ พฤติกรรมการใช้จ่ายของคน ทำไมเวลาเล่นในบ่อนในคาสิโน เขาต้องให้เราแลกเป็นชิป ทำไมทุกร้านค้ากระตุ้นให้เราจ่ายด้วยบัตรเครดิต ทำไม? ทำไม? ก็เพราะ พวกเค้ารู้ไงว่าเวลาคุณจ่ายเงินสด คุณคิดสารพัด เสียดายก็เสียดาย เอออย่าพึ่งซื้อดีกว่า แต่บัตรเครดิตนี่คุณไม่เห็นเงินสดที่ถูกจ่าย คุณจะรู้สึกอะไร ๆ มันก็ง่าย เรื่องใช้จ่ายเรื่องง่ายจริง ๆ รู้ตัวอีกทีก็กดกู้บัตรใบที่ 2 มาโปะใบแรกไปซะแล้ว (การให้สะสมแต้ม ให้รางวัล ก็เป็นตัวกระตุ้นตามมา ทำให้คุณรู้สึกมันเป็นเกมที่ท้าทายบางอย่าง อย่างร้านเสื้อถ้าปกติคุณไม่มีเงินคุณก็เดินออก แต่ถ้ามีปุ๊บคุณเดินเข้าไปบอกเอาสองตัวด้วยซ้ำ แถมคุณยังหาข้ออ้างให้ด้วยว่าซื้อเป็นรางวัลตัวเองอีกแหน่ะ)

บัตรเครดิตเป็นหนึ่งในนวัตกรรมการเงินที่เล่นกับความรู้สึกเสกเงินสดขึ้นมา เงินจ่ายไม่มาก แต่ได้ของทันที คล้าย ๆ สินเชื่อกู้ซื้อรถ ซื้อบ้าน มันทำให้คุณเลือกเอาเงินในอนาคตมาใช้จ่าย ทำให้คุณลืมไปว่าคุณต้องการมันจริงรึเปล่า บางทีคุณก็รู้สึกอยากผ่อน 0% ทั้ง ๆ ที่มันอาจจะไม่ได้ต้องการของชิ้นนั้นจริง ๆ

และอารมณ์พวกนี้หล่ะที่ ปาดหน้าทางการเงิน คุณลืมเป้าหมายระยะยาวที่จะมีเงินเก็บก้อนใหญ่ ไปมัลดีลฟ์ ส่งลูกเรียนนอก ฯลฯ เพราะถูกปาดหน้าด้วยความรู้สึกพึงพอใจระยะสั้น ๆ นี่ล่ะ วิธีจะกำราบเรื่องพวกนี้เราก็หนามยอกเอาหนามบ่ง เขาสร้างรูปแบบอะไรขึ้นมาให้เสียเงิน เราก็สร้างรูปแบบนั้นกลับเพื่อเก็บเงิน

ถ้าเขาทำให้คุณพอใจระยะสั้นในการซื้ออะไรสักอย่าง คุณต้องทำให้มันตรงข้าม ก่อนอื่นคุณต้องรู้ก่อนว่า ถ้าคุณใช้จ่ายเกินฐานะ ระยะยาวคุณเจ๊ง! ถามตัวเองอยากเป็นแบบนั้นไหมในอีก 10 20 ปีข้างหน้า ถ้าไม่แล้วเราจะเป็นอะไร กระตุ้นตัวเองซะ

ต่อมาถ้าเขาสร้างให้มันง่ายที่จะจ่าย คุณก็สร้างให้มันยากที่จะซื้อแทน เช่น จดมาจากบ้านเลยจะซื้ออะไร ไม่ซื้ออะไรนอกบิล หรือคิดอะไรค้านตัวเองหน่อย คุณจะได้อะไรบ้างถ้าเลิกจ่ายเงินวันละ 100 บาท สำหรับสิ่ง ๆ หนึ่ง เดือนนึงเงินเพิ่ม 3,000 ปีละ 36,000 เอาไปเก็บออม เช่น ซื้อกองทุนรวมหุ้น ทุก ๆ เดือนแทน

และอย่างที่เราทราบจากข้างบนว่า การจ่ายเงินสดทำให้คุณระมัดระวังมากขึ้น ถ้าไม่จำเป็นอย่าใช้บัตรเครดิต พกเงินไปให้พอดี ๆ เวลาอยากได้อะไรมาก ๆ จดใส่กระดาษแล้วกลับไปคิดที่บ้าน ประมาณ 8 ใน 10 พอนั่งคิดเรื่อย ๆ คุณจะไม่ต้องการมันเลย พลังของการยืดเวลา แถมอีกด้วยว่า เวลาเครียดอย่าไปซื้อของ หาอะไรอย่างอื่นทำ สมองมันจะหลั่งสารกระตุ้นคุณจะเคลิ้ม ๆ แล้วก็ช็อปหมดตัว เหมือน ๆ กับที่เคยได้ยินว่าเวลาเครียดคนจะกินมากขึ้น ซัดหวานมากขึ้น คล้าย ๆ กัน

วิธีต่อมาทำทุกอย่างให้เป็นเกม คุณจะท้าทายมากขึ้น เช่น ทำกระดาษแปะเลย คุณจะเก็บเงินเริ่มจากเดือนนี้ 10% ของเงินที่ได้ เก็บอีก 2-2.5% เป็นรางวัลแยกไว้ เช่น รายได้เดือนละ 10,000 เก็บ 1,000 หัก 250 แยกไว้ ครบ 2 เดือนจะได้ 500 คุณจะเอา 500 ไปซื้ออะไรกินอะไรก็ได้ให้รางวัลตัวเองที่ทำทะลุเป้า ทำไปเรื่อยๆ เกมนี้ของคุณจะเริ่มสนุกที่เห็นตัวเลขในบัญชีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  (อย่างของผมเรื่องเก็บแบงค์ 50 ทำไมผมเก็บได้เยอะมาก ผมมาเข้าใจตอนนี้ว่าแรงจูงใจมาจากผมเห็นว่ามันเป็นเกม ผมจะทำได้ไหม ถ้าแบงค์ 50 เต็มกระเป๋าแล้วต้องใช้มัน ผมจะอดใจได้ไหม พอทำได้ ผมจะรู้สึกภูมิใจเล็ก ๆ ออ มันเป็นงี้นี่เอง)

อันสุดท้ายที่จะเสนอคือ จงทำทุกอย่างให้เป็นอัตโนมัติ ทำทุกอย่างให้ไม่ต้องคิด สมองมนุษย์ไม่ชอบการเปลี่ยนใจ ใช่สิ! เอาพลังงานไปตัดสินใจเรื่องอื่นดีกว่า (แทนที่จะมานั่งคิดว่าวันนี้จะขับรถไปทำงานโดยใช้ถนนเส้นอื่นแปลกใหม่ โอ๊ย พอ ๆ เก็บพลังไว้คิดเรื่องทำงานดีกว่า ขับทางเดิมเหอะ! สมองคุณบอกประมาณนี้ล่ะ) เพราะงั้นเรื่องเก็บเงินทำให้มันเป็นอัตโนมัติ เซ็ตแผนทั่วไปเลย ถามว่ากฎข้อนี้ใครรู้ดี คำตอบคือสรรพากรกับประกันสังคมไง! มันหายไปก่อนถึงมือคุณ มันมองไม่เห็น!!! เค้าถึงไม่ต้องกังวลกับการมารอเก็บภาษีทีหลัง เราก็เอามาทำบ้าง เรื่องพวกนี้มีบริการพร้อม เช่น ไปทำเรื่องหักเงินซื้อกองทุนทุกวันหลังเงินเดือนออกอย่างน้อย 10% ของเงินเดือน หรือ ไปขอให้บริษัทเพิ่มเงินที่หักเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเต็มแม็กซ์ หรือไม่ก็พอได้เงินเดือนปุ๊บก็เดินไปกดโอนเข้าบัญชีที่เปิดไว้เพื่อออมเงิน

อาจบวกด้วยวิธีเพิ่มเปอร์เซ็นต์สำเร็จ เช่น หาเพื่อนที่มีเป้าเก็บเงินแบบเดียวกัน ขอความช่วยเหลือคนที่เข้าใจเรื่องลงทุนเก็บเงินหรือคนที่เขาทำอยู่ หาเพื่อนกลุ่มใหม่ เช่นเข้าไปเป็นสมาชิกในเว็บบอร์ดที่สนใจเรื่องเก็บเงินเรื่องลงทุน แต่วิธีที่ดีมาก ๆ คือหาคนที่เป็นเพื่อนสนิท กลุ่มเพื่อน ๆ รอบตัว หรือจะเป็นคนรักให้คอยช่วยเตือนยามลืม ร่วมทำไปพร้อมกันและกระตุ้นให้เราไปต่อ เราจะได้ทั้งคู่มิตรที่เป็นครูฝึกคอยคุมและแฟนคลับคอยให้กำลังใจชื่นชม แผนการเงินของคุณจะไปไวมาก อย่างที่เขาว่าไงครับ จุดหมายปลายทางก็สำคัญ แต่ระหว่างทางนั้น วิวรอบ ๆ และคนข้างๆก็ทำให้สุขและสนุกสุด ๆ เหมือนกัน

 

Leave a Reply