CANSLIM – William J. O’Neil

CANSLIM - William J. O'Neil

CANSLIM (How to make money in stocks) เขียนโดย William J. O’Neil ซึ่งมีแปลไทยนะครับ ผมเคยอ่านจบก็พบว่า เป็นหนังสือที่ค่อนข้างดีมากทีเดียว คนที่น่าจะนำไปใช้ได้ดีคือ นักลงทุนสายเทคนิคที่อ่านกราฟได้ แต่เบื้องหลังแนวคิดของผู้เขียน แฝงไปด้วยปัจจัยพื้นฐานแน่น และการเขียนมีสไตล์ อ่านแล้วค่อนข้างสนุกครับ ใครสนใจลองอ่านดู ผมแนะนำเลย ข้อระวังคือมีศัพท์เทคนิคการลงทุนเยอะไปหน่อย โดยเฉพาะศัพท์เกี่ยวกับแนวกราฟ อ่าน ๆ ไปอาจสะดุดได้ครับสำหรับมือใหม่

quote-my-philosophy-is-that-all-stocks-are-bad-there-are-no-good-stocks-unless-they-go-up-william-o-neil-106-69-33

credit picture : http://www.azquotes.com/author/63079-William_O_Neil

วิธีลงทุนของ O’Neil จะเน้นการดูชาร์ตอ่านกราฟแล้วก็ใช้สูตรหลักคือ CANSLIM (7ตัวย่ออักษร) ซึ่งประกอบด้วยแนวคิดเกี่ยวกับผู้นำของตลาด แรงผลักของนักลงทุนสถาบัน การเคลื่อนไหวของราคาหุ้น ฯลฯ แต่ทัศนคติที่ผมชอบมากที่สุดคือ เขาเป็นคนที่ปฏิเสธโชคดีในตลาดหุ้น เพราะมันไม่มีความสำเร็จข้ามคืนในการลงทุนแน่นอน ใครที่จะประสบความสำเร็จในการลงทุนต้องทำงานหนัก มุ่งมั่นและรู้จักแก้ไขปรับปรุงข้อผิดพลาดตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีในนักลงทุนส่วนใหญ่ พวกเขาไม่มีวินัยและไม่ใส่ใจกับการลงทุน ไม่มีกฎเกณฑ์กำกับการซื้อขาย และเข้ามาลงทุนหุ้นรายตัวโดยไม่มีหลักการ พวกเขามองว่า การลงทุนมีความเสี่ยงคล้าย ๆ การพนัน ซึ่งนั่นล่ะ เวลาผ่านไป นักลงทุนกลุ่มนี้จะเจ็บปวดจากการสูญเสียเงินที่อุตส่าห์หามาอย่างยากลำบาก

ยกตัวอย่างวิธีลงทุนของเขาที่น่าสนใจอันหนึ่ง เมื่อ O’Neil ได้คัดหุ้นด้วยวิธีของตนแล้ว เขาจะปล่อยให้มันวิ่งทำกำไรไปประมาณ 25% แล้วขายทิ้ง ในขณะเดียวกันก็มีระบบตัดขาดทุนอัตโนมัติที่ 7-8% ถ้าสมมติเราใช้วิธีนี้ตามแบบ O’Neil  เมื่อเราซื้อหุ้นมาในราคา 100 บาท ถ้าหุ้นตกเหลือ 92-93 บาท เราจะต้องขายทิ้งในทันทีแบบไม่มีข้ออ้างและไม่มีการบ่น ซึ่งอันนี้นี่ล่ะที่ยากสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่มักจะถูกอารมณ์ของตนเองเข้าครอบงำ

O’Neil ได้อธิบายถึงคนส่วนใหญ่ที่เอาอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องในระบบเทรดโดยเห็นว่า นักลงทุนที่ได้ซื้อหุ้นมาผิดพลาด พวกเขาจะทนขาดทุนไปเรื่อย ๆ โดยหวังว่าสักวันราคามันจะกลับมาเท่าทุนที่ซื้อแล้วจึงค่อยขายทิ้ง ซึ่งบ่อยครั้งที่หุ้นตัวนั้นมันจะตกลงไปและราคาไม่กลับมา ณ จุดเดิมอีกเลย แล้วนักลงทุนก็จะขาดทุนอย่างถาวรในท้ายที่สุด

วิธีลงทุนของ O’Neil ในเรื่องระบบเทรดมีจุดขาดทุนหรือจุดขายทำกำไรก็มีเหตุผลในตัวมัน นักลงทุนต่อให้เซียนเหยียบเมฆขนาดไหนก็มีการลงทุนที่ผิดพลาดกันได้ คำพูดของนักลงทุนชั้นเอกหลายท่านก็คือ การทำกำไรในระยะยาวคุณจะต้องถูกอย่างน้อย 4 ใน 10 ครั้ง นั่นเป็นการเพียงพอแล้ว หากแต่สำคัญที่ว่า “เวลาขาดทุนจะต้องขาดทุนนิดหน่อยแต่เวลาได้กำไรต้องได้กำไรก้อนใหญ่มโหฬาร

วิธีการตัดขาดทุนจึงเป็นวิธีในการรักษาไว้ซึ่งเงินต้น และต้องเข้าใจด้วยว่าเขาไม่ได้ซื้อหุ้นมั่ว ๆ ซื้อหุ้นตัวไหนก็ได้แล้วพอขาดทุน -7% ก็ขายทิ้ง หุ้นที่จะซื้อเข้ามาต้องผ่านตะแกรงการคัดหุ้นชั้นดีแล้ว แต่แม้ร่อนผ่านตะแกรงการคัดมาดีแค่ไหนก็อาจเกิดความผิดพลาดได้ ถ้าเลือกมา 5 ตัวแล้วถูกต้อง 2 ตัวแต่ทั้งสองตัวนั้นได้กำไรราคาทะยานขึ้น 2 เท่า แม้อีก 3 ตัวจะขาดทุนและถูกตัดทิ้งที่ราคา -7% ทั้งหมด ก็ยังถือได้ว่าในภาพรวมนั้นถือเป็นผลตอบแทนที่ดีมาก ๆ อยู่

O’Niel ได้แนะนำนักลงทุนรายย่อยในการลงทุนกองทุนรวมด้วย (เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ควรจะลงทุนในตลาดหุ้นด้วยตัวเอง) โดยในหนังสือ Canslim พูดถึงความผิดพลาด 5 อย่างของการลงทุนในกองทุนหุ้นที่คนทำมากที่สุด ได้แก่

(1) ล้มเหลวที่จะอยู่เฉย ๆ และถือครองมันนาน ๆ (15-20 ปีขึ้นไป) — พูดง่าย ๆ คือ การขาดความอดทนและไร้ซึ่งวินัย

(2) ชอบซื้อกองทุนที่มีผลงานอันดับหนึ่งในปีที่ผ่านมา — สถิติบอกเราว่าพวกนั้นจะตกไปท้าย ๆตาราง หรือทำผลตอบแทนไม่ดีในปีหรือสองปีถัดมา

(3) โดนผลกระทบจากข่าวระยะสั้นมากไป  — ชอบตกใจขายทิ้ง มีความเชื่อว่าตัวเองทำนายตลาดได้

(4) ชอบสับเปลี่ยนกองทุนบ่อยเกินไป  — เพราะมั่นใจว่าตัวเองทำได้ง่าย ๆ ในการซื้อถูกแล้วขายแพง ส่วนมากจะทุ่มซื้อตอนตลาดหุ้นแพง แล้วตัดใจหดหู่ขายมันถูก ๆ ตอนที่ตลาดหุ้นตกมาหนักแล้ว

(5) หมดความอดทนและเสียความมั่นใจเร็วเกินไป 

มีใครที่ลงทุนในกองทุนรวมหุ้นแล้วทำแบบนี้บ้างเอ่ย? คุณเตรียมตัวที่จะได้ผลตอบแทนแย่ ๆในอนาคตหรือยัง? เพราะมันจะมาแน่นอน ใครรู้ตัวว่าเป็นแบบนี้ ต้องรีบเปลี่ยนแนวทางลงทุนและแก้ไขพฤติกรรมครับ

เขาอธิบายว่า คนทุกคนควรมีบ้าน เป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ และต้องเป็นเจ้าของหุ้นโดยเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นเอง หรือวิธีที่ง่ายกว่าคือซื้อกองทุนรวม หากแต่จะต้องลงทุนระยะยาว โดยคำถามที่ว่าลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นจะต้องนานเแค่ไหน ตอบได้เลยว่าต้อง 15-20 ปีขึ้นไป ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่มักจะทำผิดพลาดในการลงทุนกองทุนหุ้น เนื่องจากนักลงทุนได้สร้างความล้มเหลวจากการที่ไม่สามารถจะอยู่เฉย ๆ และถือครองกองทุนหุ้นได้นาน ๆ

กองทุนรวมเป็นการลงทุนที่ยอดเยี่ยม แต่มันแย่สำหรับคนหลายคนเพราะพวกเขาจัดการมันไม่ดี

คำแนะนำที่เรียบง่ายก็คือ “ซื้อแล้วก็นั่งลง” เนื่องจากการซื้อกองทุนรวมหุ้น คุณจะต้องอยู่กับมันไปอีก 10-20 ปี คุณถึงจะได้เงินมหาศาลจากการถือครองมัน การนั่งเฉย ๆ ผ่านตลาดหุ้นที่ผันผวน หุ้นตกหุ้นขึ้น โดยไม่ต้องไปทำอะไรมาก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ

เหตุผลประกอบของเขาก็คือ กองทุนรวมจะประกอบด้วยหุ้นหลาย ๆ ตัว อาจจะถึง 100 ตัว ซึ่งหุ้นที่เยอะขนาดนั้นก็คือ คุณกำลังซื้อระบบเศรษฐกิจของประเทศอยู่ เมื่อเศรษฐกิจฟื้น หุ้นฟื้น กองทุนพวกนี้จะกลับมา แต่อย่างไรก็ดี O’Neil ชอบกองทุนหุ้นเติบโต เพราะหุ้นที่เติบโตมันจะกลับมาแล้วราคาสูงกว่าเดิม ซึ่งเขาแนะนำอีกว่า ถ้ากองทุนที่ซื้อมีการกระจายตัวของบริษัทที่เติบโตดี ๆ คุณควรจะซื้อเพิ่มด้วยซ้ำตอนที่ตลาดหุ้นมันตกหนัก ๆ

อีกเรื่องหนึ่งคือเขาบอกว่า นักลงทุนไม่เข้าใจระหว่าง หลักการลงทุนหุ้น กับ การลงทุนกองทุนหุ้น เพราะราคาของหุ้น 1 ตัวสามารถลงไปจนถึง 0 บาทได้ แต่กองทุนที่มีการถือหุ้นหลายตัวมันไม่สามารถตกลงไปหนักขนาดนั้น ดังนั้น เมื่อลงทุนกองทุนหุ้นแล้วให้พยายามนั่งเฉย ๆ อย่าไปคิดอะไรมากถ้าคุณเป็นนักลงทุนระยะยาว ต้องมองข้ามความผันผวนระยะสั้นให้ได้ครับ

อนึ่ง ข้อควรระวังอีกอย่างที่ผมคิดได้เวลาอ่านหนังสือของนักลงทุนที่มีวิธีลงทุนแตกต่างกันไปจากวิธีที่คุณลงทุน อาทิ คุณเป็นนักลงทุนในกองทุนรวม คุณเป็นนักลงทุนสายเน้นคุณค่า หรือแม้กระทั่งอ่านในสายเดียวกัน เวลาอ่านหนังสือ เช่น ของ O’Neil ซึ่งมีหลักการต่างออกไป คุณจะต้องแม่นยำและเข้าใจในหลักการลงทุนของคุณให้ดีก่อน เพราะไม่เช่นนั้นมันจะตีกันครับ แล้วระบบการลงทุนของคุณจะเสีย แต่ข้อดีที่ปฏิเสธไม่ได้คือ คุณจะได้รับความรู้ใหม่ ๆ ที่เปิดโลกมุมมองการลงทุน ส่วนมากนักลงทุนแม้จะใช้วิธีต่างกัน ใช้เครื่องมือต่างกัน แต่ในลักษณะสำคัญเชิงพฤติกรรมการลงทุน เช่น ความมีวินัย ความพยายาม ความมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง ความอดทน ฯลฯ พวกนี้จะคล้ายกันครับ นักลงทุนควรจะสนใจที่ประเด็นตรงนี้มากกว่า

Comments