กองทุนรวมหน่วยถูกกับหน่วยแพง

คำถามที่ถูกถามบ่อยเกี่ยวกับกองทุนรวมอย่างหนึ่งคือ  “ซื้อกองทุนที่ราคาหน่วยถูกกว่าดีไหม จะได้จำนวนหน่วยเยอะๆ” ซึ่งเป็นคำถามที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดครับ ซึ่งอาจนำไปสู่การเลือกลงทุนกองทุนรวมที่ผิดวัตถุประสงค์ไปได้

ถ้าสมมติกองทุน A กับ กองทุน B มีนโยบายลงทุนเหมือนกันทุกอย่างเป๊ะๆ เรากำลังเลือกจะลงทุนแค่หนึ่งกอง แต่กอง A ราคาหน่วย (NAV per unit) อยู่ที่ 50 บาท แต่ราคาหน่วยของกองทุน B อยู่ที่ 5 บาท นักลงทุนอาจจะถูกยั่วยวนว่า เอ๊ะถ้าเราซื้อกองทุน B เราก็จะได้จำนวนหน่วยมากกว่า เวลาได้กำไรก็ต้องได้มากกว่าสิ ซึ่ง ผิด ครับ กองทุนรวมนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “กำไร” หรือ “ผลตอบแทน” ซึ่งปกติ การคำนวณผลตอบแทนของกองทุนรวมจะคำนวณเป็นเปอร์เซนต์ครับ ดังนั้น ถ้าในปีเดียวกัน กองทุน A และ B ทำผลตอบแทนได้เท่ากันที่ 10% ราคาหน่วยของกองทุน A จะโตจาก 50 บาทเป็น 55 บาท ส่วนกองทุน B ราคาหน่วยจะโตจาก 5 บาทเป็น 5.5 บาท และกำไรของนักลงทุนสองคนจะได้เท่ากัน ลองยกตัวอย่างให้เห็นภาพ

นักลงทุนสองคนมีเงินลงทุนคนละ 10,000 บาท

  • คนแรกลงทุนกองทุน A ซึ่งราคาหน่วยละ 50 บาท ก็จะได้จำนวนหน่วยรวม 10,000/50 = 200 หน่วย (units) ถ้ากองทุนทำผลตอบแทนตามตัวอย่างได้ 10% ราคาหน่วยกลายเป็น 55 บาท มูลค่าเงินลงทุนของเขาก็จะกลายเป็น 11,000 บาท ( 55 × 200) หรือมีกำไรจากการลงทุนครั้งนี้ 1,000 บาท
  • คนที่สองลงทุนกองทุน B ซึ่งราคาหน่วยละ 5 บาท ก็จะได้จำนวนหน่วยรวม 10,000/5 = 2,000 หน่วย ถ้ากองทุนทำผลตอบแทนตามตัวอย่างได้ 10% เท่ากองทุน A ราคาหน่วยกลายเป็น 5.5 บาท มูลค่าเงินลงทุนของเขาก็จะกลายเป็น 11,000 บาท ( 5.5 × 2,000) หรือมีกำไรจากการลงทุนครั้งนี้ 1,000 บาท เหมือนกรณีลงทุนกับกองทุน A เลยเห็นไหมครับ

เพราะฉะนั้นในกรณีที่ กองทุนทำผลตอบแทนได้เท่ากัน ราคาหน่วยไม่เป็นประเด็น หน่วยต่ำหรือหน่วยสูงก็จะได้ผลกำไรเป็นตัวเงินเท่าเทียมกัน ♥ เพราะฉะนั้นลงทุนในกองทุนรวมอย่าไปหลงกับราคาหน่วยถูกครับ


คำถามคือ แล้วทำไมราคาหน่วยแต่ละกองทุนถึงไม่เท่ากัน?

  1. กองทุนอาจตั้งกองมาไม่พร้อมกัน
    โดยปกตินั้นกองทุนรวมมักจะมีราคาเริ่มต้นตอนเสนอขายครั้งแรกที่ 10 บาทครับ แต่ถ้าตั้งมาไม่พร้อมกัน ผลกำไรที่เกิดจากการลงทุนทำให้ราคาหน่วยของกองทุน(ที่ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล)จะสูงขึ้นไปเรื่อยๆ คือ ก็จะโตจาก 10 เป็น 15 เป็น 20 บาท ยิ่งผ่านไปนานยิ่งราคาหน่วยทบทวีถ้ามีกำไรทบต้นไปเรื่อยๆ จึงเป็นได้ว่า กองทุน ก.ไก่ ตั้งมาตอนปี 2540 หรือประมาณเกือบ 20 ปีที่แล้ว อาจมีราคาหน่วยสูงถึง 100 บาท ซึ่งกลับกัน กองทุนที่พึ่งตั้งปี 2558 หรือปีที่แล้วก็อาจจะมีราคาหน่วยอยู่ที่ประมาณ 9-11 บาท ซึ่งสมเหตุสมผลครับ
  2. กองทุนตั้งมาพร้อมกันอาจจะราคาหน่วยไม่เท่ากันเพราะนโยบายจ่ายปันผล
    เนื่องจากกองทุนที่มีการจ่ายปันผลจะต้องจ่ายกำไรออกมา ทำให้ราคาหน่วยจะไม่ค่อยเพิ่มครับ ในขณะที่กองทุนที่ไม่จ่ายปันผล กำไรจะทบต้นลงทุนต่อทำให้ราคาหน่วยสูงขึ้นเรื่อยๆในอนาคต เช่น กองทุนสองกองตั้งมาในปี 2555 พร้อมกัน ทำผลตอบแทนรวมห้าปีที่ผ่านได้เท่ากันคือ 50% กองทุนที่ไม่จ่ายปันผล ราคา NAV ต่อหน่วยก็ควรโตจาก 10 เป็น 15 บาท ในขณะที่กองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผล กองทุนอาจจะมีราคาหน่วยที่ 10 บาทเท่าเดิมก็ได้ครับ ถ้าจ่ายปันผลออกมาหมดเลย
  3. กองทุนตั้งมาพร้อมกันอาจจะราคาหน่วยไม่เท่ากันเพราะทำผลตอบแทนไม่เท่ากัน
       กรณีเป็นกองทุนประเภทเดียวกัน เช่น กองทุนหุ้นไทย ตั้งมาพร้อมกัน ถ้ากองไหนมีกำไรหรือลงทุนแล้วมีฝีมือได้ผลตอบแทนดี กองนั้นควรจะมีราคาหน่วยที่สูงขึ้นครับ ในขณะที่อีกกอง ถ้าลงทุนแล้วขาดทุน กองทุนนั้นก็อาจจะมีราคาหน่วยน้อยกว่า จนไปถึงราคาหน่วยต่ำกว่า 10 บาทเลยก็ได้ถ้าขาดทุนเรื่อยๆ ข้อนี้จึงเห็นได้ว่า ถ้าเปรียบเทียบสองกองทุนแล้วพบว่าตั้งมาใกล้ๆกัน แต่ราคาหน่วยห่างกันมาก เช่น ตั้งมาปี 2555 ผ่านไป 5 ปีลงทุนหุ้นไทยเหมือนกัน นโยบายคล้ายกัน ไม่จ่ายปันผลเหมือนกัน กองแรกราคาหน่วยเป็น 20 บาท กองสองราคาหน่วยเหลือ 8 บาท กองสามราคาเป็น 11 บาท อันนี้อาจสรุปคร่าวๆได้ครับว่าฝีมือการลงทุนของกองที่สองกับกองที่สามค่อนข้างแย่กว่ากองแรกมาก
  4. กองทุนตั้งมาพร้อมกันอาจจะราคาหน่วยไม่เท่ากันเพราะลงทุนต่างกัน
    อันนี้น่าจะเกิดบ่อยครับ เพราะถ้าสินทรัพย์ลงทุนต่างกัน เช่น กองทุนที่ลงทุนในหุ้น, ลงทุนในตราสารหนี้, ลงทุนในทองคำ, ลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ต่างประเทศ ผลตอบแทนระยะสั้นหรือกลางๆหรือจนถึงยาวๆย่อมแตกต่างกันไป บางสินทรัพย์ช่วงเวลานี้ขาดทุนแต่อีกสินทรัพย์หนึ่งมีกำไร จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมราคาหน่วยแตกต่างกัน
  5.  กองทุนตั้งมานานแต่ราคาหน่วยเพิ่มขึ้นไม่มากเพราะตั้งมาช่วงเกิดวิกฤตพอดี
    หลายๆกองทุนบ้านเราเจอตรงนี้กันพอสมควรครับ โดยเฉพาะกองทุนหุ้นไทยที่ตั้งมาช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งหรือก่อนหน้านั้น อาทิ SCBSET(2539), BKA(2536), BKD(มีนโยบายจ่ายปันผล) ราคาล่าสุดหน่วยละ 4.5 บาท ตั้งมาปี 2537, TMBCHEQ(2550) ราคาหน่วยละ 4 บาท—ใครลงทุนหุ้นจีนน่าจะเข้าใจดีว่าตลาดหุ้นร่วงหนักหลายรอบมาก แต่จะเห็นว่าหลายๆกองพอผ่านวิกฤตไปก็จะฟื้นตัวกลับมาได้ เช่น SCBSET ตอนนี้ราคาหน่วยละ 16-17 บาท, BKA ราคาหน่วยละ 30 กว่าบาท จริงๆจะสังเกตได้ว่า “จังหวะเวลาที่ตั้งกองทุน” ก็ส่งผล เพราะอย่างกอง ABG(2540) ตั้งมาตอนวิกฤตแต่อยู่ในช่วงที่หุ้นดีราคาถูกเต็มตลาดแล้ว อันนี้ราคาหน่วยก็จะไม่ถูกกระแทกครับ เพราะหลังจากนั้นตลาดหุ้นก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาหน่วยก็จะโตเรื่อยๆ เรื่องจริงคือกองนี้ก็มีราคาหน่วยที่โตจาก 10 เป็น 100 บาทในปัจจุบัน .ในขณะที่นักลงทุนที่ซื้อกองทุนหุ้นหลายๆกองในช่วงเวลาเดียวกันนั้น อย่างเช่นกอง BKA ช่วงต้มยำกุ้งที่ราคาตกจาก 10 บาทเหลือหน่วยละ 3 บาท ตอนนี้ก็กลายเป็น 30 บาท ผลตอบแทนก็จะไม่ห่างกันเท่าไหร่ครับ

จากตัวอย่างข้างต้นทั้งหมดนั้นเราจึงเห็นได้ว่า ราคาหน่วยไม่ใช่ประเด็นสำคัญในการลงทุน สมมติเป็นกองทุนที่ลงทุนในหุ้นเหมือนกัน นโยบายเดียวกัน เช่น ลงทุนเลียนแบบดัชนี SET50 ตัวอย่างที่โดนถามบ่อยๆ เช่น กองทุน TMBSET50 ตอนนี้ราคาหน่วยละ 80 บาท, K-SET50 ตอนนี้หน่วยละ 30 บาท, SCBSET50 หน่วยละ 15 บาท จะลงทุนกองไหนดี บางคนบอกไม่เอา TMBSET50 เพราะราคาหน่วยขึ้นไปสูงมาก เดี๋ยวได้หน่วยน้อย หรือกลัวจะมันสูงไปอีกไม่ได้ เหตุผลพวกนี้ถือว่า ผิด ครับ Χ เพราะที่ราคาหน่วย TMBSET50 สูงสุดก็เนื่องจากมันตั้งมาปี 2544 ในขณะที่กองอื่นอย่าง SCBSET50 ตั้งมาหลังสุดในปี 2554 ห่างกันประมาณสิบปีได้ (แต่ควรจะเป็นตัวอย่างได้ดีว่า การลงทุนระยะยาวในกองทุนหุ้น ผลตอบแทนจะสูงมากถ้าลงทุนนานผ่านความผันผวนอย่างอดทนไปได้ เพราะกองเริ่มจาก 10 บาทผ่านไป 15 ปีราคาหน่วยกลายเป็น 80 บาทตอนนี้เงินโตมาประมาณสามเด้ง ในขณะที่กองทุนตลาดเงินตั้งมาพอๆกัน บลจ.เดียวกัน เช่น TMBMF ทหารไทยธนบดียังอยู่ที่ 20 บาทอยู่เลยครับ) ซึ่งถ้า SCBSET50 ซึ่งมีนโยบายลงทุนเหมือนกันทำผลตอบแทนได้ทบต้นไปเรื่อยๆ อนาคตก็ควรจะต้องกลายเป็น 20,30… ตามหลักการครับ

แต่ถ้าคุณตอบว่า เลือกกองนี้เพราะ นโยบายการลงทุนตรงตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ เลือกเพราะค่าใช้จ่ายกองทุนรวมต่ำสุด หรือเลือกเพราะเหตุผลที่ไม่ใช่ว่าราคาหน่วยถูกหรือหน่วยแพง เหตุผลพวกนี้ถือว่าใช้ประกอบการเลือกกองทุนรวมเพื่อลงทุนได้ √ เพราะฉะนั้น โปรดอย่าตกใจเวลาเห็นกองทุนราคาหน่วยสูงๆ กองทุนพวกนี้ลงทุนได้ครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะได้กำไรน้อยกว่ากองที่ราคาหน่วยถูกๆ แต่คำถามสำคัญก่อนลงทุนต้องตอบให้ได้ครับว่า

“เราลงทุนกองนี้เพราะอะไร?”

อันนี้คือคำถามสำคัญที่สุดในการลงทุนกองทุนรวมครับ

Leave a Reply