ความคิดบางอย่างทางการเงิน

โลกการเงินนี้มีกับดักที่ถ้าใครไม่เข้าใจ หรือติดกับดับซะเอง ชีวิตนี้ก็จะวิ่งตามเงินไปเรื่อย ๆ ตามกันต่อไป ๆ ไม่หลุดไม่พ้นสักที เราเคยเห็นคนรอบตัวเท่าไหร่กัน ที่ทำงาน ได้เลื่อนตำแหน่ง รายได้สูงขึ้น ๆ ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ แต่ก็หนีไม่พ้นคำว่า ไม่พอใช้ซักที เวลาผ่านไปก็ดูมีของมากขึ้น ๆ บ้านและห้องมีของเยอะขึ้น แต่ก็ยังไม่รวยสักที แล้วก็ได้เวลาเริ่มบ่นเริ่มโทษทุกอย่าง (อีกแล้ว) ผมยังเชื่อเสมอว่า ทัศนคติทางการเงินและการลงมือทำตามทัศนคติที่ว่านั้น สำคัญมากต่อผลลัพธ์ทางการเงินที่เราจะได้รับ วิธีคิดบางอย่างอาจจะช่วยทำให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จในด้านการเงินมากขึ้นได้

1. อย่างแรก ต้องแยกให้ออกว่า อะไรคือ ทรัพย์สิน อะไรคือหนี้สิน แล้วพยายามสร้างและ สะสมทรัพย์สินทางการเงิน ซึ่งต้องเป็นทรัพย์สินที่สร้างรายได้ให้เราด้วย เพราะฉะนั้น ถ้ายึดถือตามข้อนี้ “รถ” โดยปกติไม่ควรจะถือว่าเป็นทรัพย์สินทางการเงิน ใครที่อยากสร้างตัวไว ๆ ถ้าไม่จำเป็น อย่าพึ่งมีรถ มันมีแต่ค่าใช้จ่ายหนัก นอกจากนี้ ต้องพยายามอย่าไปติดกับดักค่าใช้จ่ายหนักทั้งหลาย อย่าใช้จ่ายเงินมากกว่าฐานะ (คนจะรวยได้มีอย่างเดียว ต้องใช้จ่ายให้ต่ำกว่าฐานะ ถ้าจ่ายมากกว่าฐานะตัวเอง ก็ไม่ต้องเดาเลย ได้ 100 ใช้ 120 ก็ไม่นารอดครับ) อย่าหลงมนต์บัตรเครดิต บัตรที่รูดปรื๊ด ๆ ของที่ได้มา ของผ่อน ของเช่าซื้อทั้งหลาย (รวมถึงรถด้วย) ถ้าไม่จำเป็นอย่าไปเอาเงินในอนาคตมาใช้ (ให้เอาเงินในปัจจุบันไปลงทุนสร้างเงินในอนาคตแทน) ลองใช้เกณฑ์เงินสด ถ้าเงินสดยังไม่มีก็อย่าซื้อ ถ้าจะซื้อต้องจำเป็นจริง ๆ ตั้งคำถามกับการซื้อตัวเองบ่อย ๆ

2. บริหารเงินให้เป็น ต้องรู้ว่าเงิน 100 บาทที่เข้ามาจะเอาไปทำอะไรบ้าง อย่างน้อยควรจะมีเงินเก็บออมเงินลงทุนสัก 20-30% ของเงินเดือนขึ้นไป จะทำให้ชีวิตในช่วงแรก ๆ พอดี ๆ เรียบ ๆ ปรับพฤติกรรมนิดนึง แต่เวลาผ่านไปสัก 5-6 ปี เราจะมีเงินก้อนหรือเงินลงทุนที่ใหญ่มาก แล้วเรื่องเงินจะเริ่มไม่ใช่ปัญหา ที่สำคัญคือช่วงแรก ๆ ในชีวิต “การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในตัวเอง” พยายามสร้างความรู้ สร้างทักษะ พัฒนาความสามารถเพราะช่วงนี้มีไฟและเวลาที่สุดแล้ว

3. ต่อยอดเงินลงทุนให้ได้ พยายามสะสมอะไรที่สร้างกระแสเงินสดให้เราเข้ามา เช่น อสังหาริมทรัพย์ ซื้อบ้าน คอนโด หุ้น กองทุนรวม ของพวกนี้ยิ่งสะสมไว พอเวลาผ่านไป กระแสเงินสดจะเข้ามามาก จนเราไม่ต้องพะวงกับเรื่องเงินเดือนสักเท่าไหร่ ถ้าอยากให้บรรลุไวขึ้น พยายามหารายได้เพิ่มจากการทำงานอื่น หรือสร้างพวกรายได้ที่เป็นกระแสเงินสด เช่น ค่าลิขสิทธิ์ ค่าเช่า เงินปันผล ดอกเบี้ย พยายามสร้างรายได้ตรงนี้ให้ไว ให้ใกล้เคียงหรือมากกว่ารายได้จากการทำงานก็จะสบายขึ้น

4. อดทน อดทน ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ การที่จะมีอะไรดีดีในวันนี้ก็เพราะเราทำและตัดสินใจดีมาตั้งแต่อดีต ถ้าอยากให้เงินเติบโตระยะยาวควรลงทุนหุ้นในสัดส่วนที่มากของพอร์ตการลงทุนเอง เช่น สะสมซื้อกองทุนหุ้นเป็นประจำ ถือและลงทุนไปเรื่อย ๆ ระยะยาวผลตอบแทน 10% ต่อปีเป็นไปได้

5. ถ้าทำตามสี่ข้อแรกได้หมด ที่เหลือแค่ บาลานซ์ชีวิต เรื่องสุขภาพ เรื่องสังสรรค์ เรื่องชีวิตส่วนตัว ครอบครัว พอสักอายุ 35 ขึ้นไป เราจะมีฐานะและเงินระดับล้านต้น ๆ แล้ว (อันนี้คิดแบบเฉลี่ยเริ่มลงทุนตอนอายุ 25 ลงทุนในกองทุนดัชนีหุ้นเฉลี่ยเดือนละ 5000 ไปเรื่อยๆ ค่อย ๆ เติมครับ แรก ๆ เงินน้อยไม่เป็นไรขอให้ลงทุนไว้ก่อน) ตอนนี้เงินไม่ใช่ปัญหาของเราแล้ว ที่เหลือก็ทำอะไรที่มีความสุขได้แล้ว ทำอะไรที่ฝันไว้ เอาเวลาไปช่วยคนอื่นเพิ่มได้ ถ้าทำต่อไปอีกเรื่อย ๆ เราจะมีอิสระเรื่องเงินแน่ ๆ และจะเป็นคนที่พูดได้เต็มปากจริง ๆ ว่า เงินไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต พูดในฐานะที่เป็นคนที่มีสุขภาพทางเงินที่ดี ไม่ต้องเลือกระหว่างเงินหรือความสุขด้วย เพราะจะมีทั้งสองอย่าง ทั้งตัวเอง-ทั้งคนรอบข้าง-และคนที่รักด้วย

ถ้าใครยังไม่ได้เริ่ม ลองคิดตัดสินใจดูครับ แรก ๆ การเริ่มออมและลงทุน เราต้องใช้จ่ายเงินต่ำกว่าฐานะระดับหนึ่ง มันอาจจะทำให้เราถูกมองจากภายนอกว่าดูใช้ชีวิตไม่ฟู่ฟ่าเหมือนคนอื่นมาก แต่ไม่ว่าจะเรื่องสุขภาพดี เรื่องอะไรหลาย ๆ อย่าง รวมถึงเรื่องเงิน มันทำยากเพราะจะต้องทำอะไรที่คนอื่นไม่อยากทำ ทำอะไรที่ในวันนี้มันไม่เห็นผลตรงหน้า ไม่เห็นผลตอนนี้ คนเขาไม่เอา แต่ถ้าทำได้แล้วเราถึงจะมีในสิ่งที่คนอื่นอยากมี (แต่มีไม่ได้) เพราะสุดท้ายจะแพ้จะชนะ ส่วนหนึ่งอยู่ที่ใจและวินัยตัวเองล้วน ๆ เลยครับ

Leave a Reply