แชร์ลูกโซ่ ในคราบหุ้น ทองคำ VC และอีกสารพัด

แชร์ลูกโซ่

“วิธีป้องกันการถูกหลอกจาก แชร์ลูกโซ่”

ช่วงนี้รู้สึกว่าจะพบหรือได้ยินบ่อยจากทั้งคนใกล้และคนไกลตัว กรณีมีคนมาชักชวนไปลงทุนนู่นนี่นั่นที่จะให้ผลตอบแทนดีมาก ซึ่งมันมากในระดับที่คุณควรจะสงสัยว่า ดีขนาดนี้มาชวนทำไม? ถ้ามันดีจริงก็เก็บไว้ลงทุนคนเดียวไม่ดีกว่าหรอ? เวลาใครมาชักชวนไปทำหรือลงทุนอะไรโดยที่ผลตอบแทนมันสูงเว่อร์วังอลังการ โดยปกติพวกนี้มักจะหวยออกว่า จริง ๆ แล้วมันเป็นการหลอกไปลงนรก หลอกให้เราไปลงเงินกับ “แชร์ลูกโซ่” นั่นเอง

1. แชร์ลูกโซ่ คืออะไร?

“แชร์ลูกโซ่” (Ponzi scheme or pyramid scheme) สรุปคร่าว ๆ ง่าย ๆ ให้ลองนึกภาพ นาย A หลอกเอาเงินจากนาย B, C, D มา 3 คน สัญญาว่าจะเอาไปทำอะไรสักอย่างแล้วคืนเป็นผลตอบแทนให้ ต่อมานาย A ก็ไปหลอก E, F, G เอาเงินมาเพื่อไปจ่ายผลตอบแทนที่สัญญาไว้กับ A, B, C แล้วก็ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงนาย X, Y, Z และปกตินาย A มักจะหลอกว่าถ้า A, B, C ไปหาใครให้เอาเงินมาเพิ่ม เขาจะได้ผลตอบแทนเพิ่มไปอีก

ด้วยเหตุนี้ แชร์ลูกโซ่ จึงเป็นมหกรรมการลากคนไปลงนรกที่จะขยายไปเรื่อย ๆ แต่ด้วยกฎแห่งคณิตศาสตร์ วันหนึ่งในอีกไม่นานมันก็จะต้องถล่มแน่นอน ในไทยเราที่ดัง ๆ สมัยก่อนก็แชร์ลูกโซ่แม่ชม้อยนั่นล่ะครับ

สมัยก่อน แชร์ลูกโซ่ มักจะใช้รูปแบบการกู้ยืมเงินจากเหยื่อ บอกเอาไปปล่อยกู้อะไรก็ว่าไป สมัยนี้มันก็จะมาในรูปของการลงทุนในต่างประเทศ น้ำมัน ทองคำ Hedge Fund หรือ Venture Capital (VC) หรือ Private Fund (PF) คือ การหลอกลวงสมัยนี้จะอาศัยเทรนด์ลงทุนสมัยใหม่บังหน้า แต่อย่างไรก็ดี ยังไงมันก็คือเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่ที่ยังเหมือนเดิมในทุกยุคสมัย คือ ความโลภคน พวกนี้มันก็เลยยังหลอกคนกันได้อยู่

2. รูปแบบการหลอกลวงของ แชร์ลูกโซ่

เรามาดูวิธีสังเกตรูปแบบการหลอกลวงเพื่อจะได้ปฏิเสธแชร์ลูกโซ่พวกนี้ได้กันครับ

2.1 อ้างว่าจะนำไปลงทุนอะไรที่ดูยาก ๆ 

ไม่ว่าเขาพูดว่าเอาไปลงทุนอะไรที่มันแปลกใหม่ เลยได้ผลตอบแทนดีกว่าปกติก็ตาม ตามกฎการลงทุน ถ้าเราไม่รู้ ให้พูดว่า ไม่! เสียก่อน ถ้าเขาบอกว่าไปลงทุนใน VC หรือ PF ให้คุณนึกไว้ก่อนว่า โดยปกตินักลงทุนรายย่อยจะไปลงทุนในพวก VC หรือ PF ที่เขาลงทุนกันเป็นอาชีพไม่ได้หรอก พวกนี้มันมีไว้สำหรับมืออาชีพจริง ๆ

พวกธุรกิจตั้งใหม่ (startup company) ได้เงินลงทุนก้อนใหญ่เป็นหลักร้อยล้านพันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนมืออาชีพ เช่น จาก Softbank หรือ Sequoia Capital นักลงทุนและแหล่งทุนการเงินระดับโลก แล้วทำไมเขาจะต้องมาเอาเงิน 10,000 หรือ 100,000 บาทจากพวกคุณด้วย เพราะฉะนั้น บอกปัดไปให้หมดครับ อย่าไปเสียดายว่าฉันกำลังจะตกรถ กำลังจะรวย โปรดจำไว้ว่า เสียดายยังดีกว่าเสียเงิน

พวกเครื่องมือการลงทุนอย่าง VC หรือ PF นั่น แม้กระทั่งผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระดับโลกยังเตือนนักลงทุนทั่วไปเลยว่า พวกกองทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedge Fund) กองทุนรวมลงทุนอย่าง Private Equity Fund หรือกองทุนร่วมลงทุนบริษัทตั้งใหม่อย่าง Venture Capital ไม่เหมาะเลยกับนักลงทุนรายย่อย และพวกนักลงทุนทั่วไปจะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการลงทุนพวกนี้1 (ซึ่งเป็นการลงทุนใน VC และ PF จริง ๆ ที่ไม่ใช่การหลอกลวงแชร์ลูกโซ่นะครับ) นักลงทุนที่ชาญฉลาดควรจะเพิกเฉยและอย่าไปสนใจกับการลงทุนที่แปลกประหลาดพวกนี้น่าจะดีซะกว่า2

2.2 อ้างผลตอบแทนสูงจนขนลุก

นอกจากเรื่องการอ้างศัพท์แปลก ๆ ขั้นต่อมาให้ดูเรื่องผลตอบแทนที่เขาจะให้เรา ถ้าผลตอบแทนมันเกิน 10% ทบต้นต่อปีในระยะยาวนี่ก็แทบจะเป็นเรื่องที่งมเข็มในการลงทุนจริง ๆ เพราะตลาดหุ้นระยะยาวเป็น 100 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีเท่านั้นเองครับ นี่คือ “ต่อปี” นะครับ พวกที่ให้ผลตอบแทน 10% ต่อเดือน! หรืออะไรที่มันเว่อร์ ๆ ขนาดนั้น เราจะต้องวิ่งหนีครับ! เช่น ลงทุน 100,000 ให้ผลตอบแทน 10,000 บาทต่อเดือน ลงทุน 10,000 ให้ผลตอบแทน 3,000 ต่อเดือน คือ ถ้ามันอลังการขนาดแบบนี้ควรปฏิเสธไปเลย

อย่างดอกเบี้ยกู้ยืมเงินที่ถูกกฎหมายสำหรับคนทั่วไป คือ 15% ต่อปีเท่านั้น3 คนเหล่านี้ที่สัญญากับเราจะให้ผลตอบแทนเว่อร์ ๆ จะไปหาผลตอบแทนจากไหนมาเสกให้เรากัน กลับไปอ่านข้างบน เขาก็เอาเงินจากเหยื่อคนอื่น คนที่หลงเชื่อมาให้เรายังไงล่ะครับ

ลองดูตัวอย่างการหลอก

(Q) “สอบถามครับ ใครมีข้อมูลก็แชร์กันเรื่อง ลงทุนเทรดหุ้นสหรัฐ เปิดพอร์ทที่สิงคโปร์ ขั้นต่ำ 400,000 บาทได้ผลตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท ประมาณ 6 เดือนก็คืนทุน อะไรประมาณนี้ พอดีพี่สาวเป็นพยาบาล ตำรวจ มีน้อง ๆ ที่รู้จักลงทุนนี้อยู่ เลยมาชวนพี่สาว ผมลองหาข้อมูลในเน็ตแล้ว แต่ยังไม่เจออะไรครับ ถ้าใครมีข้อมูลก็แนะนำ แชร์ได้ครับ…”

(A) คำถามข้างบนเป็นตัวอย่างอันดีนะครับ ที่พูดมานั้น 4 แสนบาท 6 เดือนคืนทุน นี่ก็เข้าตามเกณฑ์ต้องระวังข้างบนแล้ว นอกจากนี้เรื่องเปิดพอร์ตหุ้นเพื่อลงทุนหุ้นต่างประเทศ มันมีบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ซึ่งก็คือ พวกโบรกเกอร์ที่คนทั่วไปเปิดบัญชีหุ้นปกติสามารถเปิดบัญชี offshore ในไทยไปลงทุนหุ้นในต่างประเทศได้ถูกกฎหมายอยู่แล้วครับ

น่าแปลกใจว่า ทำไมพอยกเรื่องอะไรต่างประเทศหรืออะไรที่มันดูยาก ๆ คนถึงไม่ทบทวนความคิด ผมถึงได้อธิบายว่า รูปแบบข้างในมันเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนโฆษณาใหม่ไปเรื่อย ๆ ก็เท่านั้นเอง มันเล่นกับความโลภคนครับ (และดูจะเล่นกับคนโลภได้ทุกยุคทุกสมัยเสียด้วย)

3. ต้มกบ : คืนเงินนิดหน่อยให้ตายใจ

พวกแชร์ลูกโซ่นั้นถ้าใครหลงเข้าไปลงทุน มันจะจ่ายผลตอบแทนให้ก่อนเพื่อยืนยันว่านี่ไง ฉันมีจ่ายนะ คนกลุ่มหนึ่งที่จะตกหลุมพราง คือ คนที่ลงทุนตอนแรกน้อย ๆ เพราะกลัวและสองจิตสองใจ แต่พอได้เงินคืน (น้อย ๆ) ตามคำรับรองก็จะเริ่มอยากลงทุนเยอะขึ้น

ยกตัวอย่างที่มักจะได้ยินบ่อย หากคุณลงทุนกับเราวันนี้จะได้ผลตอบแทนเดือนละ 10% จากเงินต้น เมื่อคุณลงทุนด้วยเงิน 10,000 บาท เดือนถัดมาเขาก็จะให้คุณมาล่ะ 1,000 (ร้อยละสิบของหนึ่งหมื่น) เดือนต่อมาก็ยังได้อีก เอาล่ะ คุณเริ่มตาลุกวาว รอบนี้ซัดเลย 100,000 บาท เดือนต่อมาเขาจ่ายให้ 10,000 บาท แต่แล้วเดือนถัดไป มันก็เริ่มเบี้ยวไม่จ่ายล่ะ

บทสรุปเลยกลายเป็นว่าผู้ที่ถูกหลอกนี้ได้ลงเงินไปทั้งสิ้น 10,000+100,000 = 110,000 และได้รับเงินคืนมาในลักษณะกำไรให้ติดเบ็ด 12,000 บาท ซึ่งภาพสุดท้ายก็คือเสียเงินไปทั้งสิ้น 98,000 บาท สิ้นเนื้อประดาตัว ใครที่คิดจะลองขอให้จำตัวอย่างนี้ให้ดี ๆ

นอกจากนี้ พวกแชร์ลูกโซ่นี้มักจะมีโปรเงื่อนไขให้เติมเงินเข้าไปลงทุนเรื่อย ๆ แล้วจะจ่ายผลตอบแทนสูงขึ้น หรือให้ไปหาคนอื่นมาร่วมลงทุน ซึ่งเตรียมใจได้เลยว่า คราวนี้สิ่งที่จะต้องเตรียมรับ คือ เวลาคุณอยากถอนเงิน คุณจะไม่ได้ถอนครับ เขาจะมีข้ออ้างไปหมด ร้ายแรงสุด คือ ให้หาคนมาลงทุนเพิ่มจะได้ถอนเงินได้

ดังนั้น แชร์ลูกโซ่มันทำร้ายความเชื่อมั่นในสังคมหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งลากเพื่อน ลากญาติพี่น้องตัวเองลงไปประสบเคราะห์กรรมด้วย ทำให้บางคนมีความรู้สึกว่า ฉันรอด ฉันไม่เป็นไร ฉันได้เงินคืนก็พอ ใครจะเจ๊งจะสูญเสียและประสบปัญหาชีวิตก็ช่างมัน มันจึงทำให้ญาติหรือคนที่เรารู้จัก เพื่อนที่รักของเรา เป็นอสูรร้ายทางการเงิน อุปมาว่า ถ้าเธอทำลายชีวิตคนรู้จักเธอได้ (ด้วยการหลอกมาลงแชร์ลูกโซ่ด้วย) เธอก็จะรอด

แล้วมันรอดจริงหรือ? ไม่รอดหรอกครับ แถมพาคนที่ตัวเองรักตายตกตามกันไปด้วย

ผมนึกถึงคนจำนวนมากที่แสดงความคิดเห็นด่าทอใส่คนที่ไปแจ้งความว่า กำลังทำเรื่องให้ยุ่งยาก สาเหตุก็เพราะพวกเขากลัวจะไม่ได้เงินคืน พวกเขาก็แค่อยากให้ตัวเองได้เงินคืนก่อนก็พอ ฉันรอด สังคมจะพัง คนอื่นจะเจ๊ง ปล่อยแม่ง! นี่ก็เป็นความน่ากลัวอย่างหนึ่งของพวกแชร์ลูกโซ่ที่เปลี่ยนใจคนให้เป็นยักษ์เป็นมารกันไปหมดแล้ว

แถมจริง ๆ แล้ว ผมคิดว่า คนกลุ่มหนึ่งก็น่าจะเอ๊ะใจตั้งแต่ถูกชวนไปลงทุนแล้วล่ะ เพียงแต่ความโลภมันบังตาครับ บางคนก็คิดว่า ไม่เป็นไร ฉันแค่ขายหรือออกมาทันก็พอ ไม่ใช่คนที่ลุกช้าก็โอเค แต่ปกติคนเหล่านี้ไม่ทันหรอกครับ ส่วนใหญ่ได้ล้างจานปิดงานกันหมด

4. ทวนซ้ำวิธีระวัง แชร์ลูกโซ่

ด้วยเหตุนี้ อย่าให้ความโลภของเราทำให้เราต้องพลาดเลยครับ อะไรที่มันไม่แน่ใจ อะไรที่มันดูดีเกินไป ให้ผลตอบแทนดีเกินไปในตลาดเงินตลาดทุนนั้น มันมีน้อยมาก ทั้งยังมีจำนวนน้อยรายที่คนบางคนจะทำผลตอบแทนได้สูง ๆ จากการลงทุน หรือมีน้อยสินทรัพย์ลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนสูง ๆ เกิน 10% ต่อปี คุณจำเลขผลตอบแทนพวกนี้ไปคร่าว ๆ ก็ได้ครับ เงินฝากประจำเฉลี่ยให้ผลตอบแทนต่อปี 2-3% พันธบัตร หุ้นกู้ทั่วไป 4-5% ต่อปี อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉลี่ย 6-7% ต่อปี หุ้นไม่เกิน 10% ต่อปี และส่วนใหญ่ผลตอบแทนที่ได้มันคือ ผลตอบแทนจากการ ลงทุนระยะยาว

ถ้าจะเอาผลตอบแทนระยะสั้นสูง ๆ หรือต้องการผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงกว่านี้ มันต้องอาศัยฝีมือ ความเสี่ยง และอะไรอีกมากมาย มันไม่มีทางจะได้มาง่าย ๆ แบบที่ใครคนหนึ่งที่เดินมาบอกคุณว่า เอาเงินมาลงทุนกับผมสิ เดี๋ยวผมให้เท่านั้นเท่านี้ต่อเดือน

การพูดว่า ไม่ !!! ในเรื่องลงทุน รวมไปถึงการ อยู่เฉย ๆ ไม่โลภไปลงทุนอะไรที่เราไม่รู้จัก ถือว่าเป็นยันต์กันผีที่ทำให้ชีวิตเราปลอดภัยทางการเงินอย่างสบาย ๆ ครับ

  1. Burton G. Malkiel, A Random Walk down Wall Street: The Time-tested Strategy for Successful Investing, 11th ed. (New York: W. W. Norton & Company, 2016), 325.
  2. Burton G. Malkiel and Charles D. Ellis, The Elements of Investing: Easy Lessons for Every Investor, updated ed. (Hoboken: Wiley, 2013), 103-105.
  3. มาตรา 654 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า “ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี.”

Comments