แชร์ลูกโซ่ ในคราบหุ้น ทองคำ VC และอีกสารพัด

แชร์ลูกโซ่

“วิธีป้องกันการถูกหลอกจาก แชร์ลูกโซ่”

ช่วงนี้รู้สึกว่าจะพบหรือได้ยินบ่อยจากทั้งคนใกล้และคนไกลตัว กรณีมีคนมาชักชวนไปลงทุนนู่นนี่นั่นที่จะให้ผลตอบแทนดีมาก ซึ่งมันมากในระดับที่คุณควรจะสงสัยว่า ดีขนาดนี้มาชวนทำไม? ถ้ามันดีจริงก็เก็บไว้ลงทุนคนเดียวไม่ดีกว่าหรอ? เวลาใครมาชวนไปทำหรือลงทุนอะไรโดยที่ผลตอบแทนมันสูงเว่อร์ ๆ โดยปกติมันมักจะไปหวยออกว่า จริง ๆ แล้วเป็นการหลอกไปลงนรก หลอกให้เราไปลง แชร์ลูกโซ่ นั่นเอง

แชร์ลูกโซ่ คืออะไร?

“แชร์ลูกโซ่” (Ponzi scheme or pyramid scheme) สรุปคร่าว ๆ ง่าย ๆ ให้ลองนึกภาพ นาย A หลอกเอาเงินจากนาย B, C, D มา 3 คน สัญญาว่าจะเอาไปทำอะไรสักอย่างแล้วคืนเป็นผลตอบแทนให้ ต่อมานาย A ก็ไปหลอก E, F, G เอาเงินมาเพื่อไปจ่ายผลตอบแทนที่สัญญาไว้กับ A, B, C แล้วก็ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงนาย X, Y, Z และปกตินาย A มักจะหลอกว่าถ้า A, B, C ไปหาใครให้เอาเงินมาเพิ่ม เขาจะได้ผลตอบแทนเพิ่มไปอีก

ด้วยเหตุนี้ แชร์ลูกโซ่ จึงเป็นมหกรรมการลากคนไปลงนรกก็จะขยายไปเรื่อย ๆ แต่ด้วยกฎแห่งแชร์ลูกโซ่ วันหนึ่งในอีกไม่นานมันก็จะต้องถล่มแน่นอน ในไทยเราที่ดัง ๆ สมัยก่อนก็แชร์ลูกโซ่แม่ชม้อยนั่นล่ะครับ

สมัยก่อน แชร์ลูกโซ่ มักจะใช้รูปแบบการกู้ยืมเงินจากเหยื่อ บอกเอาไปปล่อยกู้อะไรก็ว่าไป สมัยนี้มันก็จะมาในรูปของการลงทุนในต่างประเทศ น้ำมัน ทองคำ Venture Capital (VC) หรือ Private Fund (PF) คือ การหลอกลวงสมัยนี้จะอาศัยเทรนด์ลงทุนสมัยใหม่บังหน้า แต่อย่างไรก็ดี ยังไงมันก็คือเหล้าเก่าในขวดใหม่ แต่ที่ยังเหมือนเดิมในทุกยุคสมัย คือ ความโลภคน พวกนี้มันก็เลยยังหลอกคนกันได้อยู่

รูปแบบการหลอกลวงของ แชร์ลูกโซ่

เรามาดูวิธีสังเกตรูปแบบการหลอกลวงเพื่อจะได้ปฏิเสธแชร์ลูกโซ่พวกนี้ได้กันครับ

1. ไม่ว่าเขาพูดว่าเอาไปลงทุนอะไรที่มันแปลกใหม่ เลยได้ผลตอบแทนดีกว่าปกติก็ตาม ตามกฎการลงทุน ถ้าเราไม่รู้ ให้พูดว่า ไม่! เสียก่อน ถ้าเขาบอกว่าไปลงทุนใน VC หรือ PF ให้คุณนึกไว้ก่อนว่า โดยปกตินักลงทุนรายย่อยจะไปลงทุนในพวก VC หรือ PF ที่เขาลงทุนกันเป็นอาชีพไม่ได้หรอก พวกนี้มืออาชีพจริง ๆ พวกธุรกิจตั้งใหม่ (startup company) ได้เงินลงทุนก้อนใหญ่เป็นหลักร้อยล้านพันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนมืออาชีพ เช่น จาก Softbank หรือ Sequoia Capital  ทำไมเขาจะต้องมาเอาเงิน 10,000 หรือ 100,000 บาทจากพวกคุณด้วย เพราะฉะนั้น บอกปัดไปให้หมดครับ อย่าไปเสียดายว่าฉันกำลังจะตกรถ กำลังจะรวย โปรดจำไว้ว่า เสียดายยังดีกว่าเสียเงิน

2. นอกจากเรื่องการอ้างศัพท์แปลก ๆ ขั้นต่อมาให้ดูเรื่องผลตอบแทนที่เขาจะให้เรา ถ้าผลตอบแทนมันเกิน 10% ทบต้นต่อปีในระยะยาวนี่ก็แทบจะเป็นเรื่องที่งมเข็มในการลงทุนจริง ๆ เพราะตลาดหุ้นระยะยาวเป็น 100 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีเท่านั้นเองครับ นี่คือ “ต่อปี” นะครับ พวกที่ให้ผลตอบแทน 10% ต่อเดือน! หรืออะไรที่มันเว่อร์ ๆ ขนาดนั้น เราจะต้องวิ่งหนีครับ! เช่น ลงทุน 100,000 ให้ผลตอบแทน 10,000 บาทต่อเดือน ลงทุน 10,000 ให้ผลตอบแทน 3,000 ต่อเดือน คือ ถ้ามันอลังการขนาดแบบนี้ควรปฏิเสธไปเลย

อย่างดอกเบี้ยกู้ยืมเงินที่ถูกกฎหมายสำหรับคนทั่วไป คือ 15% ต่อปีเท่านั้น คนเหล่านี้ที่สัญญากับเราจะให้ผลตอบแทนเว่อร์ ๆ จะไปหาผลตอบแทนจากไหนมาเสกให้เรากัน กลับไปอ่านข้างบน เขาก็เอาเงินจากเหยื่อคนอื่น คนที่หลงเชื่อมาให้เรายังไงล่ะครับ

ลองดูตัวอย่างการหลอก

(Q) “สอบถามครับ ใครมีข้อมูลก็แชร์กันเรื่อง ลงทุนเทรดหุ้นสหรัฐ เปิดพอร์ทที่สิงคโปร์ ขั้นต่ำ 400,000 บาทได้ผลตอบแทนเดือนละ 5,000 บาท ประมาณ 6 เดือนก็คืนทุน อะไรประมาณนี้ พอดีพี่สาวเป็นพยาบาล ตำรวจ มีน้อง ๆ ที่รู้จักลงทุนนี้อยู่ เลยมาชวนพี่สาว ผมลองหาข้อมูลในเน็ตแล้ว แต่ยังไม่เจออะไรครับ ถ้าใครมีข้อมูลก็แนะนำ แชร์ได้ครับ…”

(A) คำถามข้างบนเป็นตัวอย่างอันดีนะครับ ที่พูดมานั้น 4 แสนบาท 6 เดือนคืนทุน นี่ก็เข้าตามเกณฑ์ข้อ 1. และข้อ 2. แล้ว นอกจากนี้เรื่องเปิดพอร์ตหุ้นเพื่อลงทุนหุ้นต่างประเทศ มันมีบริษัทหลักทรัพย์ภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. ซึ่งก็คือ พวกโบรกเกอร์ที่คนทั่วไปเปิดบัญชีหุ้นปกติสามารถเปิดบัญชี offshore ไปลงทุนได้ถูกกฎหมายอยู่แล้วครับ

น่าแปลกใจว่าทำไมพอยกเรื่องอะไรต่างประเทศ คนถึงไม่ทบทวนความคิด ผมถึงได้อธิบายว่า รูปแบบข้างในมันเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนโฆษณาใหม่ไปเรื่อย ๆ ก็เท่านั้นเอง มันเล่นกับความโลภคนครับ

3. ข้อสังเกตอีกแบบหนึ่ง คือ พวกนี้ถ้าใครหลงเข้าไปลงทุน มันจะจ่ายผลตอบแทนให้ก่อนเพื่อยืนยันว่านี่ไง ฉันมีจ่ายนะ คนกลุ่มหนึ่งที่จะตกหลุมพราง คือ คนที่ลงทุนตอนแรกน้อย ๆ เพราะกลัวและสองจิตสองใจ แต่พอได้เงินคืน (น้อย ๆ) ตามคำรับรองก็จะเริ่มอยากลงทุนเยอะขึ้น

และพวกแชร์ลูกโซ่นี้มักจะมีโปรเงื่อนไขให้เติมเงินเข้าไปลงทุนเรื่อย ๆ แล้วจะจ่ายผลตอบแทนสูงขึ้น หรือให้ไปหาคนอื่นมาร่วมลงทุน ซึ่งเตรียมใจได้เลยว่า คราวนี้สิ่งที่จะต้องเตรียมรับ คือ เวลาคุณอยากถอนเงิน คุณจะไม่ได้ถอนครับ เขาจะมีข้ออ้างไปหมด ร้ายแรงสุด คือ ให้หาคนมาลงทุนเพิ่มจะได้ถอนเงินได้

แชร์ลูกโซ่มันทำร้ายความเชื่อมั่นในสังคมหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้คนกลุ่มหนึ่งลากเพื่อน ลากญาติพี่น้องตัวเองลงไปประสบเคราะห์กรรมด้วย ทำให้บางคนมีความรู้สึกว่า ฉันรอด ฉันไม่เป็นไร ฉันได้เงินคืนก็พอ ใครจะเจ๊งจะสูญเสียและประสบปัญหาชีวิตก็ช่างมัน มันจึงทำให้ญาติหรือคนที่เรารู้จัก เพื่อนที่รักของเรา เป็นอสูรร้ายทางการเงิน อุปมาว่า ถ้าเธอทำลายชีวิตคนรู้จักเธอได้ (ด้วยการหลอกมาลงแชร์ลูกโซ่ด้วย) เธอก็จะรอด (รอดจริงหรือ?)

ผมนึกถึงคนจำนวนมากที่แสดงความคิดเห็นด่าทอคนที่ไปแจ้งความว่า ทำเรื่องให้ยุ่งยาก พวกเขากลัวจะไม่ได้เงินคืน พวกเขาก็แค่ตัวเองได้เงินคืนก่อนก็พอ ฉันรอด สังคมจะพัง คนอื่นจะเจ๊ง ปล่อยแม่ง! นี่ก็เป็นความน่ากลัวอย่างหนึ่งของพวกแชร์ลูกโซ่ที่เปลี่ยนใจคนให้เป็นยักษ์เป็นมารกันไปหมดแล้ว

แถมจริง ๆ แล้ว ผมคิดว่าว่า คนกลุ่มหนึ่งก็น่าจะเอ๊ะใจตั้งแต่ถูกชวนไปลงทุนแล้วล่ะ เพียงแต่ความโลภมันบังตาครับ บางคนก็คิดว่า ไม่เป็นไร ฉันแค่ขายหรือออกมาทันก็พอ ไม่ใช่คนที่ลุกช้าก็โอเค แต่ปกติคนเหล่านี้ไม่ทันหรอกครับ ส่วนใหญ่ได้ล้างจานปิดงานหมด

ด้วยเหตุนี้ อย่าให้ความโลภของเราทำให้เราต้องพลาดเลยครับ อะไรที่มันไม่แน่ใจ อะไรที่มันดูดีเกินไป ให้ผลตอบแทนดีเกินไปในตลาดเงินตลาดทุนนั้น มันมีน้อยมาก ทั้งน้อยรายที่คนจะทำผลตอบแทนได้สูง ๆ จากการลงทุน หรือน้อยสินทรัพย์มาก ๆ ที่จะให้ผลตอบแทนสูง ๆ เกิน 10% ต่อปี คุณจำเลขผลตอบแทนพวกนี้ไปคร่าว ๆ ก็ได้ครับ เงินฝากประจำเฉลี่ยให้ผลตอบแทนต่อปี 2-3% พันธบัตร หุ้นกู้ทั่วไป 4-5% ต่อปี อสังหาริมทรัพย์ โดยเฉลี่ย 6-7% ต่อปี หุ้นไม่เกิน 10% ต่อปี และส่วนใหญ่ผลตอบแทนที่ได้มันคือการลงทุนระยะยาว

ถ้าจะเอาผลตอบแทนระยะสั้นสูง ๆ หรือต้องการผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงกว่านี้ มันต้องอาศัยฝีมือ ความเสี่ยง และอะไรอีกมากมาย มันไม่มีทางจะได้มาง่าย ๆ แบบที่ใครคนหนึ่งที่เดินมาบอกคุณว่า เอาเงินมาลงทุนกับผมสิ เดี๋ยวผมให้เท่านั้นเท่านี้ต่อเดือน

การพูดว่า ไม่! ในเรื่องลงทุน รวมไปถึงการอยู่เฉย ๆ ไม่โลภไปลงทุนอะไรที่เราไม่รู้จัก ถือว่าเป็นยันต์กันผีที่ทำให้ชีวิตเราปลอดภัยทางการเงินอย่างสบาย ๆ ครับ

Share this:

Comments